รวมหลากหลายรูปแบบกันสาดช่วยกันแดดกันฝนให้บ้าน ทั้งกันสาดติดตาย กันสาดพับได้ รวมถึงม่านม้วนแนวดิ่งหรือผ้าใบกันสาด ที่มีในท้องตลาดปัจจุบัน “กันสาด” ซึ่งทำหน้าที่กันแดดกันฝนให้กับบ้านและอาคารในทุกวันนี้ มีรูปแบบหลากหลายต่างกันไป เช่น แผ่นหลังคาเมทัลชีท\ หรือถ้าเจ้าของบ้านต้องการใช้กันสาดเฉพาะบางเวลา ก็จะมีม่านม้วนแนวดิ่ง (ผ้าใบชักรอก) และหลังคากันสาดแบบพับได้เปิดปิดได้ให้เลือกใช้ด้วย เพื่อให้เห็นภาพรวมกันชัดๆ SCG HOME เลยขอถือโอกาสนำกันสาดทั้งแบบติดตายและแบบพับได้ในรูปแบบต่างๆ มาแจกแจงให้ดูกัน 1) กันสาดแบบติดตาย เหมาะสำหรับที่จอดรถหรือประตูหน้าต่างที่ต้องการกันแดดฝน เมื่อติดตั้งแล้วจะคงรูปอยู่ในลักษณะนั้นเสมอ ไม่สามารถพับเก็บได้ จึงควรเลือกรูปแบบที่เสริมลุคตัวบ้านได้ดี กันสาดแบบติดตายจะมีให้เลือกทั้งกันสาดมุงวัสดุทึบแสง กันสาดโปร่งแสง\ และกันสาดผ้าใบทรงยุโรป กันสาดมุงวัสดุทึบแสง ให้ลุคทันสมัย วัสดุที่ใช้มุงมีความแข็งแรงคงทน เช่น แผ่นหลังคาเมทัลชีท\ ไวนิล uPVC\ สามารถกันแดดและฝนได้ดี หากเลือกใช้วัสดุเมทัลชีทพร้อมติดฉนวนกันความร้อนเพิ่ม จะช่วยกันความร้อนและกันเสียงได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม กันสาดมุงวัสดุทึบแสงจะทำให้บริเวณที่ติดตั้งดูมืดลงบ้าง เนื่องจากแสงธรรมชาติผ่านเข้ามาได้น้อย SCG HOME กันสาด หลังคาโรงรถ หลังคากันสาด ต่อเติมโรงรถ แบบหลังคาโรงรถหน้าบ้าน ต่อเติมโรงรถหน้าบ้าน ต่อเติมหลังคาโรงรถ หลังคาจอดรถหน้าบ้าน ภาพ: หลังคากันสาดมุงวัสดุทึบต่างๆ ได้แก่ กันสาดไวนิล (บนซ้าย) กันสาดเมทัลชีท (ล่างซ้าย) และกันสาดเมทัลชีทแบบตีแรงแนงปิดใต้กันสาดเพื่อความสวยงามพร้อมโซ่รางน้ำ (ขวา) สนใจ บริการติดตั้งหลังคาโรงรถ หลังคากันสาด ครบวงจร คลิก\ กันสาดโปร่งแสง หรือที่หลายคนเรียกว่า หลังคาโปร่งแสง หรือหลังคาใส วัสดุที่นิยมใช้จะมี โพลีคาร์บอเนต ไฟเบอร์กลาส\ อะคริลิก\ กระจกลามิเนต รวมถึง uPVC ที่เป็นสีขาวขุ่น โดยแสงจะส่องผ่านได้มากน้อยต่างไปตามชนิดและสีของวัสดุ กันสาดโปร่งแสงให้ลุคทันสมัยสวยงาม ดูโปร่งโล่ง แต่จะกันแดดกันร้อนได้ไม่เท่ากันสาดวัสดุทึบแสง อย่างไรก็ตาม เราสามารถเลือกใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติช่วยกันความร้อนได้ เช่น อะคริลิกรุ่นกันความร้อน ไฟเบอร์กลาสรุ่นกันความร้อน เป็นต้น SCG HOME กันสาด หลังคาโรงรถ หลังคาใส หลังคาโปร่งแสง ต่อเติมโรงรถ หลังคาโรงรถ หลังคาโรงจอดรถ ต่อเติมโรงรถหน้าบ้าน ต่อเติมกันสาด กันสาดโรงรถ ต่อเติมหลังคาโรงรถ ภาพ: หลังคากันสาดโปร่งวัสดุต่างๆ ได้แก่ กันสาดอะคริลิก (บนซ้าย) กันสาดไฟเบอร์กลาสแผ่นเรียบ (ล่างซ้าย) และกันสาดไฟเบอร์กลาสแผ่นลอน (ขวา) สนใจ บริการติดตั้งหลังคาโรงรถ หลังคากันสาด ครบวงจร คลิก\ กันสาดผ้าใบทรงยุโรป ให้ลุคอบอุ่นเป็นกันเอง หากชอบสไตล์วินเทจอาจเลือกรูปทรงแบบพัด แต่ถ้าต้องการความร่วมสมัยจะเหมาะกับรูปทรงแบบจั่ว โดยวัสดุผ้าใบที่มุงอาจมีคุณสมบัติต่างๆ ให้เลือกใช้ตามความต้องการ เช่น ผ้า PVC Suncode (เกรดคุณภาพสำหรับงานสาดโดยเฉพาะ ทนทาน กันแดดฝนได้ดี) ผ้าอะคริลิกคุณภาพสูง (เน้นใช้งานยาวนาน สีติดทนนานไม่ซีดจาง มีสารเคลือบกันเชื้อรา) ผ้าใบ Sunview (เคลือบสารโปร่งแสง เน้นกันฝนโดยแสงสามารถส่องผ่านได้) เป็นต้น SCG HOME กันสาด หลังคาโรงรถ ผ้าใบกันสาด กันสาดผ้าใบ หลังคาผ้าใบ หลังคาโรงจอดรถ ต่อเติมโรงรถหน้าบ้าน ต่อเติมกันสาด กันสาดโรงรถ ต่อเติมหลังคาโรงรถ ภาพ: หลังคากันสาดผ้าใบทรงยุโรป ทั้งแบบพัดให้ลุควินเทจ (ซ้าย) และแบบจั่วที่ดูร่วมสมัยมากขึ้น (ขวา) สนใจ บริการติดตั้งหลังคากันสาดผ้าใบ กันสาดพับได้และม่านม้วนแนวดิ่ง คลิก\ อ่านเพิ่มเติม: วัสดุต่อเติมหลังคาโรงจอดรถหน้าบ้าน ทำกันสาด มีอะไรบ้าง ?\ 2) กันสาดพับได้หรือม่านผ้าใบแบบพับเปิดปิดได้ เหมาะสำหรับตำแหน่งต่างๆ อย่างโรงรถ ประตูหน้าต่าง ระเบียงหรือพื้นที่เปิดโล่งในบ้าน ที่ต้องการกันแดดฝนเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการ สามารถควบคุมเปิดปิดได้ด้วยมือหมุน หรือมอเตอร์พร้อมรีโมท/Application ในมือถือ ผ้าใบที่ใช้จะมีทั้งแบบทึบ (PVC หรืออะคริลิก) แบบโปร่งแสง (ผ้าใบเคลือบสารโปร่งแสง) และแบบตัดแสง (สามารถมองเห็นวิวด้านนอกได้) ทั้งนี้ กันสาดหรือม่านผ้าใบแบบพับเปิดปิดได้ สามารถแบ่งเป็น กันสาดพับได้ หลังคาพับอัตโนมัติสำหรับ Sky Light และม่านม้วนแนวดิ่ง กันสาดพับได้ กันสาดพับได้มีทั้งผ้าใบแบบทึบและแบบโปร่งแสง พับเก็บได้ด้วยมือหมุน หรือมอเตอร์คู่กับรีโมท/Application เหมาะสำหรับกันแดดกันฝนที่จอดรถ ประตูหน้าต่าง พื้นที่อเนกประสงค์ SCG HOME กันสาดอัตโนมัติ กันสาดรีโมท หลังคาโรงรถ ผ้าใบกันสาด กันสาดผ้าใบ หลังคาผ้าใบ ผ้าใบกันแดด ผ้าใบกันแดดกันฝน กันสาดพับได้ กันสาดพับเก็บได้ หลังคาพับได้ ภาพ: ตัวอย่างหลังคากันสาดพับได้ SCG HOME กันสาดอัตโนมัติ กันสาดรีโมท หลังคาโรงรถ ผ้าใบกันสาด กันสาดผ้าใบ หลังคาผ้าใบ ผ้าใบกันแดด ผ้าใบกันแดดกันฝน กันสาดพับได้ กันสาดพับเก็บได้ หลังคาพับได้ ภาพ: ห้องกระจกที่ติดตั้งหลังคากันสาดพับได้ สนใจ บริการติดตั้งหลังคากันสาดพับได้ คลิก\ หลังคาพับอัตโนมัติ สำหรับ Sky Ligh มีทั้งผ้าใบแบบทึบ แบบโปร่งแสง และแบบตัดแสง พับเก็บด้วยมอเตอร์คู่กับรีโมท/Application เหมาะกับหลังคาเรือนกระจก หรือหลังคากันสาดโปร่งแสงที่ต้องการผ้าใบช่วยกันแดดในบางเวลา SCG HOME กันสาดอัตโนมัติ กันสาดรีโมท หลังคาโรงรถ ผ้าใบกันสาด กันสาดผ้าใบ หลังคาผ้าใบ ผ้าใบกันแดด ผ้าใบกันแดดกันฝน กันสาดพับได้ กันสาดพับเก็บได้ หลังคาพับได้ ภาพ: ตัวอย่างหลังคาพับอัตโนมัติที่ใช้งานกับพื้นที่โล่งหน้าบ้าน SCG HOME กันสาดอัตโนมัติ กันสาดรีโมท หลังคาโรงรถ ผ้าใบกันสาด กันสาดผ้าใบ หลังคาผ้าใบ ผ้าใบกันแดด ผ้าใบกันแดดกันฝน กันสาดพับได้ หลังคาพับได้ ภาพ: ตัวอย่างหลังคาพับอัตโนมัติที่ใช้งานกับ Sky Light อ่านเพิ่มเติม: 4 วิธีกันแดดหลังคา Skylight ไม่กลัวร้อน\ สนใจ บริการติดตั้งหลังคาพับอัตโนมัติ คลิก\ ม่านม้วนแนวดิ่ง หรือที่นิยมเรียกันว่าผ้าใบชักรอก มีทั้งผ้าใบแบบทึบ แบบโปร่งแสง และแบบตัดแสง พับเก็บด้วยมือหมุน หรือมอเตอร์คู่กับรีโมท/Application ใช้บังแดดฝนบริเวณที่ปราศจากผนังทึบ เพิ่มความเป็นส่วนตัวสำหรับเรือนกระจก ระเบียง ประตูหน้าต่าง รวมถึงใช้ถนอมสีทาผนังจากสภาวะอากาศที่ต้องเผชิญแดดฝนเป็นประจำได้ด้วย SCG HOME ผ้าใบกันสาด ผ้าใบกันแดด ผ้าใบกันแดดกันฝน ผ้าใบชักรอก กันสาดอัตโนมัติ กันสาดรีโมท ผ้าใบม้วนไฟฟ้า ภาพ: ตัวอย่างการใช้งานม่านม้วนแนวดิ่ง หรือผ้าใบชักรอก กับวัสดุผ้าใบแบบต่างๆ ทั้งผ้าใบทึบ (ซ้าย) ผ้าใบโปร่งแสง (ขวาบน) และผ้าใบตัดแสงซึ่งมองเห็นวิวภายนอกได้ (ขวาล่าง) SCG HOME ผ้าใบกันสาด ผ้าใบกันแดด ผ้าใบกันแดดกันฝน ผ้าใบชักรอก กันสาดอัตโนมัติ กันสาดรีโมท ผ้าใบม้วนไฟฟ้า ภาพ: ตัวอย่างการเปิดปิดม่านม้วนแนวดิ่ง SCG HOME ผ้าใบกันสาด ผ้าใบกันแดด ผ้าใบกันแดดกันฝน ผ้าใบชักรอก กันสาดอัตโนมัติ กันสาดรีโมท ผ้าใบม้วนไฟฟ้า ภาพ: บ้านสไตล์ตลาสสิก กับม่านม้วนแนวดิ่งสีขาว สนใจ บริการติดตั้งม่านม้วนแนวดิ่ง คลิก\ เลือกติดตั้งกันสาด หลังคากันฝนกันแดด ให้เหมาะกับบ้าน... หลังจากที่เจ้าของบ้านได้รู้จักรูปแบบกันสาดวัสดุต่างๆ กันสาดพับได้ หลังคาพับได้ ม่านม้วนแนวดิ่งหรือผ้าใบกันสาด ไปแล้ว ก็สามารถเลือกให้เหมาะกับบ้านและตรงตามความต้องการ หากเลือกกันสาดแบบติดถาวรเพราะต้องการให้มีหลังคาคลุมตลอดเวลา สามารถเลือกได้ว่าจะใช้วัสดุทึบแสงเพื่อกันแดดกันฝน เลือกใช้วัสดุโปร่งแสงเพื่อเน้นรับแสงธรรมชาติ ส่วนบ้านที่อยากจะกันแดดกันฝน แต่ไม่ต้องการให้มีกันสาดยื่นออกมาให้บ้านเสียลุค ก็อาจเลือกกันสาดแบบพับได้ หรือม่านม้วนแนวดิ่งแทน รวมถึงบ้านที่ใช้หลังคา Skylight แต่อยากกันแดดได้ด้วยก็สามารถติดตั้งหลังคาพับได้ ซึ่งเปิดเปิดเมื่อจะใช้งานตามความต้องการ สรุป สำหรับการเลือกติดตั้ง กันสาด เพื่อช่วย กันแดดกันฝน และ ลดความร้อน ให้กับตัวบ้านนั้น ปัจจุบันมีทางเลือกวัสดุและรูปแบบที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน โดยหลักๆ แบ่งเป็น กันสาดแบบติดตาย ซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน เหมาะสำหรับพื้นที่ โรงจอดรถ หรือประตูหน้าต่างที่ต้องการการปกป้องตลอดเวลา วัสดุมีให้เลือกทั้งแบบ ทึบแสง เช่น เมทัลชีท หรือ ไวนิล และแบบ โปร่งแสง เช่น ไฟเบอร์กลาส หรือ อะคริลิก ที่ช่วยให้บ้านดูโปร่งโล่ง นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการใช้งาน ยังมี กันสาดพับได้ และ ม่านม้วนแนวดิ่ง (ผ้าใบชักรอก) ซึ่งสามารถพับเก็บได้เมื่อไม่ต้องการใช้งาน โดยมีระบบควบคุมทั้งแบบมือหมุนและมอเตอร์ไฟฟ้า เหมาะสำหรับพื้นที่ ระเบียง หรือหลังคา Skylight ที่ต้องการเปิดรับแสงธรรมชาติในบางเวลา การเลือกวัสดุที่เหมาะสมจึงช่วยเพิ่ม ความเป็นส่วนตัว และเสริมความสวยงามให้กับบ้านได้ในคราวเดียว อ่านเพิ่มเติม: วัสดุต่อเติมหลังคาโรงจอดรถหน้าบ้าน ทำกันสาด มีอะไรบ้าง ?\ อ่านเพิ่มเติม: ต่อเติมหลังคา หลังคาโรงรถ กันสาด เลือกหลังคาลอนหรือหลังคาแผ่นเรียบดี\ อ่านเพิ่มเติม: ต่อเติมโรงรถ: 3 คำถามสำคัญที่ต้องตอบ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงาน\ อ่านเพิ่มเติม: FAQ รวมถาม-ตอบ แผ่นหลังคาอะคริลิกโปร่งแสง SHINKOLITE\ อ่านเพิ่มเติม: FAQ รวมถาม-ตอบ แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส เอสซีจี\ อ่านเพิ่มเติม: ไอเดียต่อเติมโรงรถ ตกแต่งหลังคาโรงรถ หลังคากันสาด ด้วยแผ่นหลังคาโปร่งแสงและทึบแสง\ หลังคากันสาด โรงรถ กันสาดพับได้ ม่านม้วนแนวดิ่ง หลังคาพับได้สำหรับ Skylight พร้อมติดตั้ง คลิก\ ซื้อแผ่นหลังคากันสาด และบริการติดตั้งหลังคาโรงรถ กันสาด หลากวัสดุติดตั้งกันสาด บริการติดตั้งหลังคากันสาดติดถาวร กันสาดพับได้ โดยทีมงานมืออาชีพแบบครบวงจร พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชันพิเศษทั้งสินค้าและบริการได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome รีวิว ติดตั้งหลังคากันสาดโรงรถ ด้วยแผ่นโปร่งแสงอะคริลิก Shinkolite คลิกดู VDO\ หลังคากันสาดพับได้ หลังคาพับได้สำหรับ Skylight และม่านม้วนแนวดิ่ง คลิกดู VDO\ บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
รู้จักผ้าม่าน 4 ประเภท ที่มีลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน ทั้งกันแสง กันร้อน เพิ่มความเป็นส่วนตัว หรือเติมบรรยากาศให้บ้านน่าอยู่กว่าเดิม . การเลือกติดตั้งผ้าม่าน\ในบ้านหรือที่อยู่อาศัย ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบด้านความสวยงามเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดปัญหาบ้านร้อน ควบคุมปริมาณแสงสว่าง และส่งผลต่ออุณหภูมิภายในบ้าน ซึ่งมีส่วนช่วยในการประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย ดังนั้น การทำความเข้าใจประเภทของผ้าม่านตาม “คุณสมบัติการใช้งาน” จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ โดยทั่วไป ผ้าม่านสามารถจำแนกตามประสิทธิภาพในการควบคุมแสงและการใช้งานหลัก ได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้ . 1) ผ้าม่าน BLACKOUT ผ้าม่านประเภท BLACKOUT มีคุณสมบัติในการป้องกันแสงได้เกือบ 100% เนื่องจากโครงสร้างเนื้อผ้ามีความหนาแน่นสูงหรือมีชั้นเคลือบพิเศษ จึงสามารถลดการแทรกผ่านของแสงและความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาบ้านร้อนและช่วยประหยัดพลังงานภายในอาคารได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความมืดสนิท เช่น ห้องนอน หรือห้องโฮมเธียเตอร์ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มระดับความเป็นส่วนตัวได้อย่างมาก ผ้าม่านทึบแสง ภาพ: ผ้าม่าน BLACKOUT กับผ้าม่านโปร่งในห้องนอน . 2) ผ้าม่าน DIMOUT ผ้าม่าน DIMOUT สามารถป้องกันแสงได้ประมาณ 70–90% ช่วยลดความเข้มของแสงจากภายนอกโดยไม่ทำให้ห้องมืดทึบจนเกินไป แสงที่ผ่านเข้ามาจะมีลักษณะนุ่มนวลมากขึ้น ส่งผลให้บรรยากาศภายในห้องดูสบายตา และยังช่วยลดความร้อนสะสมบางส่วนในบ้าน ทำให้ประหยัดพลังงานได้พอสมควร เหมาะสำหรับห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น หรือพื้นที่ที่ต้องการควบคุมปริมาณแสงอย่างเหมาะสม ผ้าม่านDIMOUT ภาพ: ผ้าม่าน DIMOUT กับผ้าม่านโปร่งในห้องนั่งเล่น . 3) ผ้าม่าน LINEN LOOK ผ้าม่าน LINEN LOOK เป็นผ้าม่านที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายผ้าลินิน ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ โปร่งเล็กน้อย สามารถกรองแสงในระดับปานกลาง ช่วยให้แสงธรรมชาติที่เข้าสู่ภายในห้องมีความนุ่มนวล ไม่แข็งกระด้าง เหมาะสำหรับพื้นที่ใช้งานทั่วไป เช่น ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ที่ต้องการสร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายตา หรือหากใช้ในห้องนอนจะเหมาะกับผู้ที่ชอบแสงสว่างของแดดยามเช้า ที่ช่วยสร้างความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า ผ้าม่านลินิน ภาพ: ผ้าม่าน LINEN LOOK กับผ้าม่านโปร่งในห้องนอน . 4) ผ้าม่าน SHEER ผ้าม่าน SHEER หรือผ้าม่านโปร่ง มีคุณสมบัติเด่นในการเปิดรับแสงธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความสว่างให้กับพื้นที่ภายใน ขณะเดียวกันยังคงให้ความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่งจากการพรางสายตา นิยมติดตั้งร่วมกับผ้าม่านทึบ (เช่น Blackout หรือ Dimout) เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานตามช่วงเวลาและความต้องการได้อย่างยืดหยุ่น ผ้าม่านพร้อมบริการตัดเย็บและติดตั้ง คลิก\ สรุปการเลือกผ้าม่านสำหรับบ้านของเรา หลังจากที่เจ้าของบ้านทำความเข้าใจประเภทของม่านแล้ว จะเห็นว่าการเลือกผ้าม่านที่เหมาะสมควรพิจารณาจาก “ฟังก์ชันการใช้งานของพื้นที่” เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการกันแสง ลดความร้อน หรือสร้างบรรยากาศภายในบ้าน การเลือกประเภทผ้าม่านให้สอดคล้องกับความต้องการ จะช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพในการอยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว . อ่านเพิ่มเติม: แต่งบ้านให้สวยเข้ากับสไตล์และอยู่สบาย ด้วยฟังก์ชันผ้าม่านจาก VC FABRIC\ อ่านเพิ่มเติม: ผ้าม่านเพื่อสุขภาพ ลดสาเหตุเกิดภูมิแพ้\ . ผ้าม่านพร้อมบริการติดตั้งโดยทีมช่างผู้ชำนาญ บริการติดตั้งผ้าม่านประเภทต่างๆ\ ม่าน DIMOUT, ม่าน BLACK OUT, ม่าน LINEN LOOK, ม่าน SHEER หรือม่านโปร่ง และม่าน/มู่ลี่ประเภทอื่นๆ วัสดุก่อสร้าง+สินค้าเพื่อบ้าน และบริการเรื่องบ้านอื่นๆ โดยทีมงานมืออาชีพแบบครบวงจร พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชันพิเศษได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP ติดต่อเรา โทร: 02-586-1222 Line: @scghome E-mail-contact@scg.com เวลาทำการ จันทร์-อาทิตย์ เวลา 08:00 - 17:30 น. วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล เลือกม่านทั้งที เอาที่ใช่!!รู้จักม่าน 4 ประเภท ตอบฟังก์ชันโดนๆ คลิกดู VDO\
ทำความเข้าใจถึงคุณสมบัติของฟิล์มติดกระจกบ้าน ทั้งฟิล์มทั่วไปและฟิล์มเซรามิก โดยเฉพาะเรื่องของการกันความร้อนและคุณสมบัติเฉพาะของตัววัสดุที่เป็นส่วนผสมในเนื้อฟิล์ม ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ >กระจกประตูหน้าต่างบ้านเป็นช่องทางรับแสงและมองทิวทัศน์ภายนอก แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ความร้อนและรังสีต่างๆ จากแสงแดดรวมถึงแสงจ้าที่ไม่สบายตา สาดส่องเข้ามาในบ้านได้ง่าย ฟิล์มติดกระจกบ้านจึงกลายเป็นอีกตัวช่วยสำคัญที่ช่วยลดปัจจัยไม่พึงประสงค์เหล่านี้ และเมื่อเจ้าของบ้านสนใจจะเลือกใช้ฟิล์มติดกระจกบ้านเพื่อกันร้อน กรองแสงและรังสีต่างๆ ก็มักได้ยินคนพูดถึง “ฟิล์มเซรามิก” จึงอาจเกิดข้อสงสัยว่าแล้วฟิล์มเซรามิกคืออะไร ทำไมดูจะเป็นที่นิยมกันนัก... >## ทำความรู้จักฟิล์มกันร้อนกันก่อน... >ฟิล์มติดกระจกบ้าน มีวัสดุหลักเป็นโพลีเอสเตอร์ โดยฟิล์มอาจมีสีเข้มมืดหรืออ่อนสว่าง ซึ่งเกิดจากการใส่สี (ฟิล์มคุณภาพสูงจะผสมสีลงในเนื้อฟิล์มซึ่งสีจะติดทนทานกว่ารุ่นที่ผสมสีลงในกาว) อย่างไรก็ตามการใส่สีในฟิล์มก็ยังไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ลดความร้อนและรังสีต่างๆ ได้อย่างที่บางคนเข้าใจไปว่าฟิล์มยิ่งสีมืดยิ่งกันความร้อนดี เพราะจริงๆ แล้ว การที่ฟิล์มจะกันความร้อนได้นั้นเกิดจากการนำอนุภาคของสารบางอย่างใส่ในเนื้อฟิล์ม ให้มีคุณสมบัติที่ช่วยสะท้อนความร้อน ลดความร้อนความเข้มของรังสีต่างๆ ได้ ฟิล์มติดกระจกบ้าน ฟิล์มกรองแสง ติดฟิล์มกระจกบ้าน ฟิล์มกระจกบ้าน ฟิล์มปรอท ฟิล์มเซรามิค >ภาพ: สีเข้มอ่อนของฟิล์มเกิดจากการผสมสีซึ่งไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดคุณสมบัติกันความร้อนและรังสีต่างๆ จากแสงแดด สนใจสินค้าพร้อมติดตั้ง และบริการครบครันเรื่องบ้าน คลิก\ >## ฟิล์มกันร้อนสูงที่พบบ่อยในท้องตลาด... >หลายรุ่นจะใช้ “อนุภาคโลหะ” เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสะท้อนความร้อน ปริมาณอนุภาคโลหะที่เคลือบบนฟิล์มแต่ละรุ่นจะมากน้อยต่างกัน ยิ่งมีปริมาณมากยิ่งสะท้อนความร้อนได้มาก ทั้งนี้ ฟิล์มติดกระจากบ้านที่เคลือบอนุภาคโลหะ จะมีลักษณะเป็นเงาสะท้อนคล้ายกระจกเงา จึงนิยมเรียกติดปากกันว่า “ฟิล์มปรอท” (แม้จะไม่มีปรอทผสมอยู่เลยก็ตาม) ข้อดีคือ เมื่อนำมาติดกระจกประตูหน้าต่าง นอกจากจะช่วยลดความร้อนและรังสีต่างๆ แล้ว ยังช่วยให้บ้านดูสวยงามขึ้นใหม่ขึ้นได้ อย่างไรก็ตามความเงาของฟิล์มมีโอกาสทำให้เกิดแสงสะท้อนรบกวนกวนตาผู้อื่นที่อยู่นอกบ้าน รวมถึงอนุภาคโลหะจะมีผลรบกวนต่อสัญญาณดิจิตอลได้ด้วย ฟิล์มติดกระจกบ้าน ฟิล์มกรองแสง ติดฟิล์มกระจกบ้าน ฟิล์มกระจกบ้าน ฟิล์มปรอท >ภาพ: โลหะที่เคลือบบนฟิล์มมีคุณสมบัติช่วยกันความร้อน และทำให้ฟิล์มมีผิวมันเงา ซึ่งช่วยให้กระจกบ้านดูใหม่ สวยงาม สนใจสินค้าพร้อมติดตั้ง และบริการครบครันเรื่องบ้าน คลิก\ >## รู้จักฟิล์มเซรามิก... >ฟิล์มเซรามิกที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ก็คือฟิล์มที่ใช้อนุภาคเซรามิกมาเป็นตัวสะท้อนความร้อนแทนอนุภาคโลหะ ซึ่งเซรามิกจะไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอล ไม่ทำให้ผิวฟิล์มเงาเท่าฟิล์มปรอท และยังมีข้อดีอีกอย่างคือ ให้ภาพที่ชัดสบายตา เหมาะกับตำแหน่งบ้านที่เน้นมองวิวภายนอก ซึ่งในท้องตลาดจะมีทั้ง “ฟิล์มเซรามิกที่ผสมโลหะ” และ “ฟิล์มเซรามิกที่ไม่ผสมโลหะ” >• ฟิล์มเซรามิกที่ผสมโลหะ เนื่องด้วยมีโลหะเป็นส่วนผสมจึงมีผิวมันเงาเล็กน้อย ในขณะที่ส่วนผสมของเซรามิกจะทำให้รองรับสัญญาณดิจิตอลได้ดีกว่าฟิล์มปรอทหรือฟิล์มกันร้อนทั่วไปที่ผสมอนุภาคโลหะล้วนๆ >• ฟิล์มเซรามิกที่ไม่ผสมโลหะ ผิวจะด้าน ไม่มันเงา เพราะไม่มีโลหะผสม รับสัญญาณดิจิตอลได้ทุกชนิด สรุปแล้ว “ฟิล์มเซรามิก” ก็คือฟิล์มกันร้อนที่มีอนุภาคเซรามิกเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสะท้อนและป้องกันความร้อน โดยมีคุณสมบัติตามที่เล่าไปนั่นเอง ฟิล์มติดกระจกบ้าน ฟิล์มกรองแสง ติดฟิล์มกระจกบ้าน ฟิล์มกระจกบ้าน ฟิล์มเซรามิค >ภาพ: ตัวอย่างฟิล์มเซรามิกรุ่นที่มีส่วนผสมของโลหะ พร้อมตารางแสดงค่าการกันความร้อน การลดรังสี UV ค่าแสงส่องผ่าน และค่าสะท้อนแสง สนใจสินค้าพร้อมติดตั้ง และบริการครบครันเรื่องบ้าน คลิก\ >ทั้งนี้ เมื่อถึงเวลาที่เจ้าของบ้านลงมือเลือกซื้อฟิล์มติดกระจกบ้านในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มทั่วไปหรือฟิล์มเซรามิก ก็จะพบว่ามีหลายรุ่น หลายเกรด หลายราคา อาจมีรู้สึกสับสนกันบ้างแต่ก็ให้ทราบไว้ว่าคุณสมบัติของฟิล์มแต่ละรุ่นจะขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของสารที่ผสม รวมถึงเทคโนโลยีในการผลิต ทั้งหมดนี้มีผลต่อคุณภาพ ความทนทาน การป้องกันความร้อน/รังสี ความอ่อนเข้มและการกรองแสง ดังนั้น เจ้าของบ้านควรศึกษาและสอบถามข้อมูลให้ดี รวมถึงดูตารางเปรียบเทียบค่าคุณสมบัติต่างๆ หากรู้สึกว่ายากที่จะเข้าใจอย่างน้อยก็ให้เลือกซื้อจากผู้ขายผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ฟิล์มติดกระจกบ้านที่ตรงความต้องการและงบประมาณ คุ้มค่าเหมาะกับการใช้งานมากที่สุด >อ่านเพิ่มเติม: เรื่องน่ารู้ก่อนเลือกฟิล์มกรองแสงติดกระจกบ้าน บริการติดฟิล์มติดกระจกบ้าน ฟิล์มกรองแสงกันร้อนภายนอก ภายใน บริการติดตั้งฟิล์มติดกระจกบ้านกันร้อน\ ฟิล์มกันร้อนแบบติดภายใน ฟิล์มกันร้อนแบบติดภายนอก ฟิล์มนิรภัย วัสดุก่อสร้าง+สินค้าเพื่อบ้าน และบริการเรื่องบ้านอื่นๆ โดยทีมงานมืออาชีพแบบครบวงจร พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชันพิเศษได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP ติดต่อเรา โทร: 02-586-1222 Line: @scghome E-mail-contact@scg.com เวลาทำการ จันทร์-อาทิตย์ เวลา 08:00 - 17:30 น. ฟิล์มติดภายนอก บ้านเย็นกว่าเดิม ด้วยนวัตกรรม Radiative Cooling คลิกดู VDO\ รีวิว ติดฟิล์มกันร้อนภายนอกบ้าน RAYCOOOL คลิกดู VDO\
การแก้ปัญหาบ้านร้อนสำหรับบ้านกระจกสไตล์โมเดิร์น จะเน้นเรื่องการลดความร้อนที่ตัวกระจก การป้องกันแดดส่องกระจก โดยคำนึงเรื่องรูปลักษณ์ของบ้านที่ยังต้องความเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์นให้ได้มากที่สุด การจะสร้างบ้านโมเดิร์นในรูปของบ้านกระจกทรงกล่อง ที่ดูทันสมัยสวยงามในเมืองร้อนอย่างประเทศไทย นักออกแบบย่อมต้องคำนึงเรื่องการแก้ปัญหาบ้านร้อน ไม่ว่าจะเป็นการจัดวางอาคารตามทิศทางแดดลม การลดความร้อนจากหลังคา\ หลังคาดาดฟ้า การออกแบบให้มีส่วนประกอบอย่างชายคาหรือกรอบอาคารยื่นออกมาเพื่อช่วยบังแดด อย่างไรก็ตามความร้อนที่เข้ามาทางผนังกระจก กระจกประตูหน้าต่าง นับเป็นสิ่งที่ต้องรับมืออย่างจริงจัง ซึ่งเราสามารถใช้วิธีต่างๆ ดังต่อไปนี้ บ้านกระจกร้อน ต้องแก้ปัญหาบ้านร้อนที่ตัวกระจก สำหรับบ้านกระจกสไตล์โมเดิร์น การลดความร้อนจากแสงแดดภายนอกที่ส่งผ่านกระจกเข้ามาในบ้านได้จะมี 2 วิธี คือ “ใช้กระจกกันร้อน” ไม่ว่าจะเป็นกระจก Low-E, กระจกสีตัดแสง (Heat Absorbing Glass), กระจกสะท้อนแสง (Reflective Glass), กระจกฉนวนกันความร้อน (Insulated Glass) กับอีกวิธีหนึ่งคือ “ติดฟิล์มกันร้อนที่กระจก” โดยทั่วไปเรามักคุ้นเคยกับฟิล์มติดกระจกบ้าน แบบติดตั้งที่กระจกฝั่งด้านใน\ การติดฟิล์มในลักษณะนี้ ความร้อนจะสะสมอยู่ที่กระจก ก่อนจะเจอกับชั้นฟิล์มที่ติดด้านใน ซึ่งที่จริงแล้วเรามีทางเลือกอีกที่ช่วยลดความร้อนได้มากกว่า นั่นคือ การติดฟิล์มที่กระจกฝั่งภายนอกบ้าน ฟิล์มติดกระจกบ้าน แก้ปัญหาบ้านร้อน ภาพ: ฟิล์มติดกระจกบ้าน ช่วยลดความร้อนและ UV จากแสงแดด ติดฟิล์มกระจกบ้านกันร้อน ภายนอกและภายใน คลิก\ ติดฟิล์มกันร้อนภายนอกบ้าน ช่วยให้บ้านกระจกร้อนน้อยลง การติดฟิล์มกันร้อนที่ผิวกระจกภายนอกบ้าน\เป็นการช่วยสะท้อนความร้อนออกตั้งแต่ต้นทาง กระจกจะอมความร้อนน้อยลง ทำความร้อนจากกระจกก็จะส่งผ่านเข้ามาในบ้านน้อยลงเมื่อเทียบกับการติดฟิล์มที่กระจกฝั่งภายในบ้าน ลดภาระการทำงานของแอร์ได้ แม้ว่าฟิล์มสำหรับติดกระจกภายนอกบ้านจะมีราคาสูงกว่า แต่หากเทียบกับการประหยัดค่าไฟในระยะยาว ก็นับเป็นอีกทางเลือกที่น่าพิจารณาสำหรับเจ้าของบ้านที่สนใจอยากทำบ้านกระจกสไตล์โมเดิร์น หรือต้องการติดตั้งฟิล์มกันร้อนให้กับบ้านที่อาศัยอยู่ปัจจุบัน ฟิล์มติดกระจกบ้านภายนอก Raycoool แก้ปัญหาบ้านร้อน ภาพ: ฟิล์มติดกระจกบ้านแบบติดตั้งภายนอกบ้าน ฟิล์มติดภายนอก Raycoool แก้ปัญหาบ้านร้อนสำหรับบ้านกระจกสไตล์โมเดิร์น ภาพ: ตัวอย่างบรรยากาศภายในบ้าน ที่ใช้ฟิล์มติดกระจกบ้านแบบติดตั้งภายนอก ติดฟิล์มกระจกบ้านกันร้อน ภายนอก คลิก\ ติดม่าน มู่ลี่ ในบ้าน กันร้อนกันแสงจ้า เป็นส่วนตัว อาจเป็นในรูปของมู่ลี่ ม่านโปร่ง ม่านทึบ ม่าน 2 ชั้น หรือม่านที่มีคุณสมบัติเน้นกันความร้อนกัน UV โดยเฉพาะ ไปจนถึงม่านม้วนที่ออกแบบมาเพื่อติดตั้งกับ Skylight\ ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถเลือกคุณสมบัติ ระดับความโปร่ง ความทึบ การกันร้อน กันแสง UV ให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละตำแหน่งของบ้านกระจกได้ รวมถึงวิธีเปิดปิดซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะปิดด้วยมือใช้มอเตอร์พร้อมรีโมต ม่านทีบ ม่านโปร่ง ม่านสำหรับ Skylight และมู่ลี่ไม้ กันแดด กันความร้อนบ้านกระจก ภาพ: ตัวอย่างม่านแบบ 2 ชั้น (บนซ้าย) ม่านม้วนสำหรับ Skylight(ล่างซ้าย) และมู่ลี่ (ขวา) ช่วยกันความร้อนจากแสงแดดให้บ้านกระจก ม่านที่ดูโปร่งเมื่อมองจากด้านใน แต่ดูทึบเมื่อมองจากภายนอก ภาพ: ม่านที่ดูโปร่งเมื่อมองจากด้านใน แต่ดูทึบเมื่อมองจากภายนอก ลดร้อน ให้ความเป็นส่วนตัว เหมาะกับบ้านกระจก ติดตั้งผ้าม่าน มู่ลี่ ม่านม้วนสำหรับ Skylight คลิก\ ติดม่านม้วนแนวดิ่ง กันแดดส่องบ้านกระจก แก้ปัญหาบ้านร้อน หลายบ้านนิยมติดกันสาดกันแดดส่อง นับวิธีช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อนตั้งแต่ต้นทางได้ดี แต่สำหรับบ้านกระจกสไตล์โมเดิร์น การติดกันสาดอาจกระทบกับหน้าตาของบ้านมากเกินไป ทางเลือกที่เหมาะกว่าจะเป็นผ้าใบกันสาดในรูปของม่านม้วนแนวดิ่ง\ กางและม้วนพับเก็บได้เมื่อต้องการ ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถเลือกความทึบ โปร่งของผ้าใบ รวมถึงวิธีเปิดปิด (มือหมุน หรือมอเตอร์พร้อมรีโมต) ได้เช่นกัน ผ้าใบกันสาด ม่านม้วนแนวดิ่ง แก้ปัญหาบ้านร้อน ภาพ: ม่านม้วนแนวดิ่ง ช่วยกันแดดส่องตัวบ้านแทนกันสาด เปิดปิดได้เมื่อต้องการใช้งาน เป็นอีกตัวช่วยที่เหมาะกับบ้านกระจกสไตล์โมเดิร์น ติดตั้งม่านม้วนแนวดิ่ง คลิก\ จะเห็นว่าบ้านกระจกทรงกล่องสไตล์โมเดิร์น สามารถลดความร้อนที่ส่องผ่านกระจกได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้กระจกกันร้อน ใช้ฟิล์มติดกระจกบ้านกันร้อน ติดตั้งม่าน มู่ลี่ในบ้าน รวมถึงม่านม้วนแนวดิ่งกันแดดส่องจากภายนอกบ้าน ทั้งนี้ อีกเรื่องที่เจ้าของบ้านควรพิจารณา กรณีมีพื้นที่บริเวณบ้านมากพอ ก็คือ การจัดสวนรอบบ้าน\ พร้อมปลูกต้นไม้ที่นอกจากจะสร้างร่มเงา ช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อน และให้ความสดชื่นบริเวณรอบบ้านแล้ว ยังช่วยสร้างความสงบ กรองเสียงรบกวนจากภายนอกได้อีกด้วย อ่านเพิ่มเติม: ออกแบบบ้านโมเดิร์นให้อยู่สบายในเมืองร้อน สำรวจและติดตั้งฟิล์มติดกระจกบ้านกันร้อน ม่าน มู่ลี่ ม่านม้วนแนวดิ่ง ลดปัญหาบ้านร้อน เพิ่มความเป็นส่วนตัว ด้วยทีมงานมืออาชีพแบบครบวงจร พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชันพิเศษได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome "ติดฟิล์มภายนอก" ดีกว่าติดฟิล์มภายในอย่างไร คลิกดู VDO\
แนะนำวิธีเลือกใช้ฟิล์มติดกระจกบ้านทั้งประตูหน้าต่างตามจุดประสงค์ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการติดฟิล์มบ้านเพื่อเน้นการลดความร้อน อยากเพิ่มความเป็นส่วนตัว ช่วยลดร้อนแต่ไม่บดบังวิว เพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน หรือจะเน้นเรื่องความปลอดภัย... สำหรับประเทศที่เป็นเมืองร้อนอย่างบ้านเรานั้น การติดฟิล์มกระจกบ้านเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นิยมกันมาก เพราะนอกจากจะช่วยลดความร้อนจากแสงแดดและลดรังสี UV ที่จะเข้าสู่ตัวบ้านแล้ว ยังช่วยชะลอความซีดจางของเฟอร์นิเจอร์ อีกทั้งยังช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ส่งผลให้ค่าไฟลดลงอีกด้วย แต่ฟิล์มติดกระจกสำหรับบ้านหรืออาคารนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ บทความนี้จึงจะมาแนะนำการเลือกใช้ฟิล์มติดกระจกบ้านให้ถูกใจ ตรงตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ดังต่อไปนี้ 1) ฟิล์มติดกระจกบ้านแบบเน้นลดความร้อนสูง หากต้องการเน้นในเรื่องการลดความร้อน อย่างเช่นห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตกซึ่งโดนแดดแรง แนะนำให้เลือกใช้ฟิล์มกรองแสงสีเข้มหรือแบบสะท้อนแสง และให้พิจารณาที่ “ค่าการลดความร้อนจากแสงแดด” ของฟิล์มแต่ละรุ่น ทั้งนี้ ฟิล์มที่มีสีและความเข้มใสใกล้เคียงกัน รุ่นที่สะท้อนแสงดีกว่า (ดูคล้ายกระจกเงาเมื่อมองจากภายนอก) ส่วนใหญ่จะลดความร้อนได้มากกว่า นอกจากนี้อาจเลือกฟิล์มรุ่นที่ได้รับฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 (เป็นมาตรฐานทดสอบใหม่ในไทย โดยศูนย์วิจัยของมหิดล) ก็จะช่วยทำให้มั่นใจได้เรื่องประสิทธิภาพการลดความร้อน Singleimageติดฟิล์มกรองแสงสีเข้ม ภาพ: หากเน้นในเรื่องการลดความร้อนสูง ควรเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงสีเข้มหรือแบบสะท้อนแสง Singleimageมุมภายนอกบ้านที่ติดฟิล์มกรองแสงสีเข้ม ภาพ: ห้องที่โดนแดดแรง ควรเลือกฟิล์มที่ช่วยลดแสงจ้าของพระอาทิตย์และมีค่ากันความร้อนสูง ติดตั้งฟิล์มกันร้อน ฟิล์มนิรภัย คลิก\ 2) เพิ่มความเป็นส่วนตัว หากต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัว อาจเลือกใช้ฟิล์มกรองแสงสีเข้มหรือผิวมันเงาสะท้อนแสง จะช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว พรางสายตาจากภายนอกได้ดี (เมื่อภายนอกสว่างกว่าภายในบ้าน) แต่คนในบ้านยังสามารถมองเห็นบรรยากาศภายนอกบ้านได้ Singleimageฟิล์มกรองแสงสีเข้มเพิ่มความเป็นส่วนตัว ภาพ: หากต้องการบังสายตาจากภายนอก ควรเลือกฟิล์มที่มีความเข้ม Singleimageฟิล์มกรองแสงแบบสะท้อนแสงเพิ่มความเป็นส่วนตัว ภาพ: ฟิล์มติดกระจกบ้านที่มีผิวมันเงาสะท้อนแสง ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว 3) ฟิล์มติดกระจกบ้านแบบลดร้อนได้ไม่บดบังวิว สำหรับพื้นที่ที่ต้องการชมวิวภายนอกทั้งกลางวันและกลางคืน และลดความร้อนได้ในขณะเดียวกัน เหมาะกับฟิล์มกรองแสงแบบใส ที่มีค่าการกันความร้อนสูง แต่ไม่บดบังทัศนียภาพภายนอก Singleimageฟิล์มกรองแสงแบบใสที่กันร้อนได้สูง ภาพ: ห้องที่ต้องการชมวิวและลดความร้อนในขณะเดียวกัน เหมาะกับฟิล์มใสที่มีค่าการกันความร้อนสูง Singleimageฟิล์มกรองแสงแบบใสที่กันร้อนได้สูงเน้นดูวิวภายนอก ภาพ: ฟิล์มกรองแสงแบบใส ลดความร้อนแต่ยังเห็นวิวภายนอกได้ชัดเจน ติดตั้งฟิล์มกันร้อน ฟิล์มนิรภัย คลิก\ 4) เลือกฟิล์มที่เน้นความสวยงามเข้ากับบ้าน ฟิล์มกรองแสงมีหลากหลายเฉดสีให้เลือกใช้ เราสามารถเลือกสีฟิล์มให้เหมาะกับบ้านหรือการตกแต่งได้ นอกจากนี้การติดฟิล์มกรองแสงยังมีส่วนช่วยให้บ้านดูสวยงาม โดดเด่น และดูใหม่อยู่เสมอ Singleimageฟิล์มติดกระจกบ้าน ฟิล์มกันร้อนสีเขียว ภาพ: บ้านสไตล์ร่วมสมัยโทนสีขาว กับกระจกติดฟิล์มกรองแสงเฉดสีเขียวใส ดูเบาสบายตา Singleimageฟิล์มกันร้อนสีเข้มกับบ้านโมเดิร์น ภาพ: บ้านสไตล์โมเดิร์นสีขาว ตัดกับประตู-หน้าต่างติดฟิล์มกรองแสงสีดำเข้ม ดูเรียบเท่ Singleimageฟิล์มกันร้อนสะท้อนแสงติดกระจกบ้านโมเดิร์น ภาพ: บ้านทรงกล่องหลากสี กับกระจกติดฟิล์มสีเงินสะท้อนแสง ดูสดใส Singleimageฟิล์มกันร้อนใส บ้านโคโลเนียล ภาพ: กระจกติดฟิล์มกรองแสงแบบใส ดูกลมกลืนไปกับบ้านสไตล์โคโลเนียล 5) ติดฟิล์มเพื่อเน้นความปลอดภัย ฟิล์มนิรภัย เหมาะสำหรับกรณีที่เน้นเรื่องความแข็งแรงปลอดภัยเป็นหลัก ฟิล์มนิรภัยจะช่วยลดแรงกระแทกจากวัตถุภายนอก เช่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุ และจะช่วยยึดกระจกที่แตกออกไว้ด้วยกัน ช่วยป้องกันอันตราย ลดความเสียหายของชีวิตและทรัพย์สินจากเศษกระจก (ฟิล์มนิรภัยไม่สามารถป้องกันการแตกของกระจกได้) ทั้งนี้ ฟิล์มนิรภัยก็มีคุณสมบัติเรื่องการลดความร้อนด้วยเช่นกัน และยังมีให้เลือกหลายสีหลายชนิดตามความต้องการ text ภาพ: กระจกติดฟิล์มนิรภัย เมื่อถูกของกระแทกจะยังคงรูปเป็นแผ่นดังเดิม Singleimageฟิล์มนิรภัยช่วยกันอุบัติเหตุ ภาพ: ตัวอย่างฟิล์มนิรภัยของลามิน่า ที่มีคุณสมบัติในการยึดติดอย่างเหนียวแน่นมากกว่าชั้นฟิล์มทั่วไป ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความแข็งแรงในการลดแรงกระแทกจากวัตถุภายนอกได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ การระเบิด แผ่นดินไหว พายุ ฯลฯ ติดตั้งฟิล์มกันร้อน ฟิล์มนิรภัย คลิก\ นอกจากจะเลือกใช้ฟิล์มติดกระจกบ้านให้ตรงตามวัตถุประสงค์และเหมาะกับลักษณะการใช้งานแล้ว ก็อย่าลืมเลือกฟิล์มที่มีคุณภาพจากผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ รวมถึงเลือกใช้ทีมช่างที่ชำนาญการในการติดตั้งด้วย เพื่อให้ได้ฟิล์มติดกระจกคุณภาพดีและงานติดตั้งที่เรียบร้อย คุ้มค่าใช้งานได้ระยะเวลาที่ยาวนานเหมาะสม หลากบริการติดตั้งฟิล์มกันร้อน กรองแสง หลากบริการติดตั้งฟิล์มกันร้อน ทั้งฟิล์มติดภายนอก ฟิล์มติดภายใน ฟิล์มนิรภัย หลากสินค้าบริการเพื่อบ้านทั้งวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเพื่อบ้านราคาพิเศษ สินค้าพร้อมบริการติดตั้ง บริการต่อเติม ตกแต่ง ปรับปรุงส่วนต่างๆ ของบ้าน โดยช่างผู้ชำนาญ พร้อมรับข้อเสนอ โปรโมชันพิเศษต่างๆ ได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล ฟิล์มติดภายนอก บ้านเย็นกว่าเดิม ด้วยนวัตกรรม Radiative Cooling คลิกดู VDO\
เปรียบเทียบการเลือกใช้กระจกที่ช่องแสงประตูหน้าต่างระหว่างกระจกลามิเนตกับกระจกธรรมดาติดฟิล์ม หากต้องการเพิ่มคุณสมบัติในการช่วยลดความร้อนและเรื่องนิรภัยต่าง ๆ >ประตูหน้าต่างและช่องแสงที่เป็นกระจก เป็นส่วนที่แสงและความร้อนสามารถส่องผ่านเข้ามาได้ ทั้งยังมีความเปราะบาง เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ยิ่งหากเป็นกระจกบานใหญ่ด้วยแล้ว หากเกิดการแตกเสียหาย ก็อาจส่งผลต่อร่างกายของสมาชิกในบ้านได้ ปัจจุบันมีกระจกที่มีคุณสมบัติทั้งช่วยลดร้อนและเป็นกระจกนิรภัยในตัว นั่นก็คือ “กระจกลามิเนต” นอกจากนี้ยังมีอีกทางเลือกคือ “กระจกธรรมดามาติดฟิล์มเพิ่มที่ด้านใน” การตัดสินใจว่าจะเลือกใช้แบบไหนดี คงต้องดูข้อมูลหลายๆ ส่วนมาประกอบกัน >## มาทำความรู้จักกับกระจกทั้งสองแบบ >กระจกลามิเนต (Laminated Glass) เป็นกระจกรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากการนำกระจกตั้งแต่ 2 แผ่นขึ้นไปมาประกบกันโดยมีแผ่นฟิล์มนิรภัย PVB (Poly Vinyl Butyral) อยู่ระหว่างกลางเพื่อยึดกระจกให้มีความแข็งแรงทนทานมากยิ่งขึ้น มีคุณสมบัติเด่นคือ เมื่อกระจกได้รับความเสียหายจนเกิดการแตกจะยังคงรูปเป็นแผ่นดังเดิม ไม่ร่วงหล่นเป็นเศษเล็กๆ เพราะแผ่นฟิล์มตรงกลางทำหน้าที่เป็นตัวยึดเกาะไม่ให้เศษกระจกหลุดร่วงลงมาที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ จึงมีความปลอดภัยต่อสมาชิกในบ้านหรือคนที่เดินผ่านไปมา >นอกจากนี้ยังมีข้อดีเรื่องช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกและเก็บเสียงได้ดีกว่ากระจกธรรมดา (ที่มีความหนากระจกรวมเท่ากัน) ช่วยป้องกันความร้อนได้ดีและกันรังสียูวีได้มากกว่า 90% ทนต่อแรงดังลมในที่สูง ทนต่อแรงอัดกระแทก ช่วยป้องกันการบุกรุกจากการโจรกรรมได้ (ขึ้นอยู่กับสเปคของกระจกและฟิล์ม) อีกทั้งสามารถเคลือบสีได้ตามความต้องการอีกด้วย >*มีข้อควรคำนึงคือ ตัวฟิล์ม PVB มีคุณสมบัติดูดความชื้น หากใช้กระจกนี้ในบริเวณที่มีความชื้นสูง จะทำให้การยึดเกาะระหว่างกระจกและฟิล์มไม่ดี และอาจเกิดการแยกตัวออกจากกันได้ กระจกลามิเนต >ภาพ: กระจกลามิเนต เกิดจากการนำกระจกตั้งแต่ 2 แผ่นขึ้นไปมาประกบกันโดยมีแผ่นฟิล์มนิรภัย PVB (Poly Vinyl Butyral) อยู่ระหว่างกลางเพื่อยึดกระจกให้มีความแข็งแรงทนทาน กระจกลามิเนต-แตก >ภาพ: กระจกลามิเนตตอนเมื่อได้รับความเสียหายจนเกิดการแตกจะยังคงรูปเป็นแผ่นดังเดิม >กระจกธรรมดาที่ติดฟิล์มทีหลัง ฟิล์มจะถูกติดที่กระจกฝั่งด้านในบ้าน ซึ่งมีทั้งฟิล์มกรองแสงและฟิล์มนิรภัยให้เลือกใช้ >ฟิล์มกรองแสง จะมีเฉดสีต่าง ๆ มีความทึบแสง โปร่งแสง ค่าการสะท้อนแสงที่หลากหลาย ช่วยลดแสงจ้า ให้ความรู้สึกสบายตา ลดความเครียดของดวงตา ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า ช่วยชะลอความซีดจางของเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน เพิ่มความสวยงามให้กับบ้านหรืออาคารได้อีกด้วย อีกทั้งดูแลรักษาง่าย กันรอยขีดข่วนที่จะเกิดบนผิวกระจก >ฟิล์มนิรภัย เหมาะสำหรับกรณีที่เน้นเรื่องความแข็งแรงปลอดภัยเป็นหลัก ควรเลือกใช้ฟิล์มนิรภัย*จากผู้ผลิตฟิล์มที่ได้มาตรฐาน (ขึ้นอยู่กับคุณภาพของฟิล์มแต่ละยี่ห้อด้วย) เพราะจะช่วยลดการแตกกระจายของเศษกระจก และลดโอกาสการถูกโจรกรรมได้ (ฟิล์มกันร้อนก็ช่วยทำให้เศษกระจกเกาะตัวกันได้ประมาณหนึ่ง แต่ไม่มากเท่ากับฟิล์มนิรภัย) ติดฟิล์มกันร้อน ฟิล์มนิรภัย บ้าน อาคาร คอนโด คลิก\ กระจกใสธรรมดา >ภาพ: กระจกธรรมดา มีความหนาให้เลือกหลากหลาย กระจกใสธรรมดา-ติดฟิล์ม >ภาพ: กระจกธรรมดาตามอาคารบ้านเรือน มาติดฟิล์มทีหลัง >ทั้งนี้ ฟิล์มนิรภัยก็มีคุณสมบัติเรื่องการลดความร้อนด้วยเช่นกัน โดยช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้สูงถึง 79% (ขึ้นอยู่กับฟิล์มแต่ละรุ่น) ป้องกันรังสียูวีได้มากกว่า 99% และยังสามารถเลือกได้หลายสีหลายชนิดตามความต้องการ >*ฟิล์มนิรภัยที่มีคุณภาพจะต้องหนาตั้งแต่ 4 มิล. (mil) หรือ 100 ไมครอนขึ้นไป และฟิล์มนิรภัยไม่สามารถป้องกันการแตกของกระจกได้ ตัวอย่างฟิล์มกรองแสงลามิน่า >ภาพ: ตัวอย่างฟิล์มกรองแสงของลามิน่า เป็นฟิล์มที่มี “ชั้นกาวพิเศษ (Mounting Adhesive)” ที่ยึดโพลีเอสเตอร์และอณูกระจกไว้ด้วยกัน, “ชั้นแผ่นฟิล์มโพลีเอสเตอร์คุณภาพเยี่ยม (ชั้นที่ 1)” เคลือบโลหะและ UV Absorbent ช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้เกือบ 80% ป้องกันรังสียูวีมากกว่า 99%, “ชั้นกาว (Laminating Adhesive)” ช่วยยึดแผ่นฟิล์มโพลีเอสเตอร์ชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ไว้ด้วยกัน, “ชั้นแผ่นฟิล์มโพลีเอสเตอร์คุณภาพเยี่ยม (ชั้นที่ 2)” ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการลดความร้อน มีความเหนียวทนทาน, “ชั้นสารกันรอยขูดขีดชนิดผลึกคริสตัลโปร่งใสพิเศษ” ป้องกันไม่ให้ฟิล์มเป็นรอยขูดขีด ฟิล์มนิรภัยลามิน่า >ภาพ: ตัวอย่างฟิล์มนิรภัยของลามิน่า ซึ่งเป็นฟิล์มที่ผ่านขั้นตอนการผลิตแบบเดียวกันกับฟิล์มกรองแสงติดอาคารทั่วไป มีความแตกต่างตรงการเพิ่มชั้นโพลีเอสเตอร์ และปริมาณกาวชนิดพิเศษที่มี คุณสมบัติในการยึดติดอย่างเหนียวแน่นให้มีมากกว่าชั้นฟิล์มทั่วไป การเพิ่มชั้นโพลีเอสเตอร์ และปริมาณกาวจะมากกว่าในปริมาณเท่าใด ขึ้นอยู่กับระดับความแข็งแรงทนทานที่ต้องการ การติดตั้งฟิล์มนิรภัยที่กระจกธรรมดาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความแข็งแรงในการลดแรงกระแทกจากวัตถุภายนอกได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ การระเบิด แผ่นดินไหว พายุ ฯลฯ กระจกติดฟิล์มนิรภัย >ภาพ: กระจกติดฟิล์มนิรภัย เมื่อถูกของกระแทกจะยังคงรูปเป็นแผ่นดังเดิมเช่นเดียวกัน >โดยรวมแล้ว อาจสรุปข้อมูลสำหรับการเลือกใช้ระหว่างกระจกลามิเนต และกระจกธรรมดาที่ติดฟิล์ม ได้ดังนี้ >รูปแบบบ้าน หากเป็นบ้านที่กำลังสร้าง หรือบ้านเดิมที่กำลังจะรื้อเปลี่ยนประตูหน้าต่างใหม่ สามารถเลือกได้เลยว่าจะใช้กระจกแบบไหน แต่หากเป็นบ้านที่ยังไม่ต้องการรื้อเปลี่ยนประตูหน้าต่างใหม่ หรือคอนโดมิเนียมที่ไม่สามารถแก้ไขชุดประตูหน้าต่างได้ ควรเลือกติดฟิล์มที่กระจกเดิม >งบประมาณ จะขึ้นอยู่กับความหนากระจกที่เลือกใช้ สำหรับความหนากระจกที่นิยมใช้ในบ้านพักอาศัยนั้น ราคากระจกลามิเนตจะสูงกว่ากระจกธรรมดา โดยค่าฟิล์มพร้อมติดตั้งสำหรับฟิล์มกรองแสงจะเริ่มต้นที่ 135 บาทต่อตารางฟุต ฟิล์มนิรภัยจะเริ่มต้นที่ 150 บาทต่อตารางฟุต >การดูแลรักษา ในด้านนี้จะพิจารณากันที่ฟิล์มซึ่งเป็นตัวเพิ่มคุณสมบัติให้กับกระจกเป็นหลัก อายุการใช้งานของฟิล์มมักขึ้นอยู่กับคุณภาพของเนื้อฟิล์มที่ใช้และกาวประสาน กระจกลามิเนตหากใช้งานผิดประเภทอาจมีการเสื่อมสภาพของฟิล์ม จะไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องรื้อเปลี่ยนทั้งกระจกซึ่งยุ่งยากพอสมควร โดยอายุการใช้งานจะอยู่ที่ประมาณ 10 ปี (กรณีที่มีการใช้งานถูกประเภท) ส่วนการติดฟิล์มในภายหลัง หากฟิล์มเสื่อมสภาพ หรือเสียหาย หลุดลอก สามารถรื้อเปลี่ยนใหม่ได้ โดยมีอายุการใช้งานเฉลี่ยที่ 12-13 ปี และยังมีการรับประกันตามเงื่อนไขของบริษัทผู้ติดตั้งอีกด้วย >ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ น่าจะพอเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจ ว่าจะเลือกกระจกแบบไหนให้ตอบโจทย์และเหมาะกับบ้านเรามากที่สุดนะคะ >ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล: >https://www.laminafilms.com >https://www.wazzadu.com/article/2201 >https://www.smg-con.co.th/product-detail.php?id=1 >https://krajok.com/lami >https://www.smg-con.co.th/product-detail.php?id=1 >https://white-glass.com/laminated-glass-กระจกลามิเนต ติดฟิล์มกันร้อน ฟิล์มนิรภัย บ้าน อาคาร คอนโด คลิก\ ฟิล์มสะท้อนรังสีความร้อน RAYCOOOL พร้อมบริการติดตั้ง คลิกดู VDO\
ทำความรู้จักฟิล์มกรองแสงในเรื่องของคุณสมบัติ การป้องกันแสงอาทิตย์กับรังสีต่างๆ และหลักการเลือกซื้อเพื่อให้ได้ฟิล์มติดกระจกบ้านที่ดีมีคุณภาพ เหมาะกับการใช้งานในบ้าน >สำหรับบ้านพักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียมนั้น ฟิล์มกรองแสงติดกระจกบ้านถือเป็นตัวช่วยในการลดสิ่งไม่พึงประสงค์จากแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านกระจกประตูหน้าต่าง ไม่ว่าจะเป็น “ความร้อน” ที่ทำให้เรารู้สึกแสบผิว เหนอะหนะ และสิ้นเปลืองค่าแอร์ “แสงจ้าของพระอาทิตย์” ที่ทำให้ไม่สบายตา รวมถึง “รังสี UV” ที่ทำร้ายผิวหนัง ทั้งยังทำให้ข้าวของเครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์ในบ้านสีซีดจางเสื่อมสภาพ วันนี้ SCG HOME จึงขอนำเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวสำหรับฟิล์มกรองแสงมาฝากสำหรับเจ้าของบ้านที่สนใจอยากจะใช้งาน ฟิล์มติดกระจกบ้าน >ภาพ: ตัวอย่างการใช้ฟิล์มกรองแสงติดกระจกบ้านสำหรับห้องครัว >## รู้จักฟิล์มกรองแสงติดกระจกบ้าน >ฟิล์มกรองแสงผลิตจาก “โพลีเอสเตอร์” เป็นวัสดุแผ่นใสผิวเรียบ เหนียว ทนทาน ยืดหยุ่นดี ดูดซับความชื้นน้อย ทนอุณหภูมิได้ทั้งสูงและต่ำ เฉดสีและความอ่อนเข้มของฟิล์มกรองแสงที่เราเห็นนั้นเกิดจากการใส่สีเพิ่ม ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพจะผลิตโดยใส่สีลงในเนื้อฟิล์ม (ไม่ใช่แค่ย้อมเคลือบบนผิวหรือผสมสีในกาว) ซึ่งจะทำให้สีติดทนนาน ไม่เปลี่ยนหรือซีดจางแม้จะใช้งานเป็นเวลานาน ฟิล์มติดกระจกบ้าน กันความร้อน ฟิล์มกรองแสงบ้าน >ภาพ: ตัวอย่างฟิล์มกรองแสงอาคารที่มีเฉดสี ความใส และความเงาต่างกัน >## ฟิล์มกรองแสงติดกระจกบ้าน กันความร้อน และ UV ได้อย่างไร >เรามักรู้สึกว่าสีของฟิล์มกรองแสงยิ่งเข้ม ยิ่งมืด น่าจะกันความร้อนได้ดี แต่ความเป็นจริงแล้ว สีของฟิล์ม “ไม่ได้มีหน้าที่ป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์และรังสี UV โดยตรง” คุณสมบัติที่ว่านี้จะเกิดขึ้นได้ดีต่อเมื่อฟิล์มนั้นผ่านการเคลือบไอโลหะหรือเซรามิกเพื่อเป็นตัวช่วยในการสะท้อนความร้อน (ฟิล์มเคลือบเซรามิกจะดูใสกว่า และสะท้อนแสงน้อยกว่าฟิล์มเคลือบโลหะ) รวมถึงมีการเพิ่มสารป้องกัน UV ลงไปในฟิล์มด้วย ดังนั้นฟิล์มที่มีสีเข้มๆ มืดๆ ก็ไม่ได้แปลว่าจะกันความร้อนหรือรังสี UV ได้ดีกว่าฟิล์มที่ดูใสสว่างเสมอไป ฟิล์มติดกระจกบ้าน กันความร้อน ฟิล์มกรองแสงบ้าน >ภาพ: ตัวอย่างฟิล์มติดกระจกบ้านสีเข้ม ซึ่งช่วยให้รู้สึกว่ากรองแสงได้ดี แต่จะกันความร้อนจากแสงอาทิตย์และรังสี UV ได้ดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการผลิต บริการติดตั้งฟิล์มติดกระจกบ้าน ฟิล์มกันร้อนภายนอก ภายใน คลิก\ >## ฟิล์มกรองแสงที่ดี มีคุณภาพเป็นอย่างไร >### 1) มีค่าการป้องกันแสงอาทิตย์ที่ดีเหมาะกับการใช้งาน >ไม่ว่าจะเป็น ค่าแสงส่องผ่าน (VLT) ค่าสะท้อนแสง (VLR) ค่ากันรังสี UV ค่ากันรังสีอินฟราเรต (IRR) ค่าการลดความร้อนจากแสงแดด (TSER) รวมถึงสัมประสิทธิ์การส่งผ่านความร้อนจากแสงอาทิตย์ (SHGC) ซึ่งค่าที่เล่ามานี้ควรมาจากการทดสอบกับแสงอาทิตย์ จะตรงกับการใช้งานมากกว่าการใช้สปอตไลท์ทดสอบ เนื่องจากระดับแสงสว่าง รังสีอินฟราเรดและรังสี UV ที่ได้จากแสง 2 ชนิดนี้จะแตกต่างกัน ดังนั้น ฟิล์มที่มีค่ากันรังสีความร้อนจากสปอตไลท์สูง ไม่ได้แปลว่าจะกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดี ฟิล์มติดกระจกบ้าน >ภาพ: ตารางเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง ระหว่างส่วนประกอบของพลังงานจากแสงอาทิตย์และแสงสปอตไลท์ >### 2) กาวติดฟิล์มดีมีคุณภาพ >ทั้งกาวที่ประกบฟิล์มแต่ละชั้นเข้าด้วยกัน และกาวที่ใช้ติดฟิล์มเข้ากับกระจก ควรจะมีความบาง ใส เหนียว ทนอุณหภูมิกับสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอด สามารถยึดกับกระจกได้ดี ไม่ทำให้เกิดฟองอากาศ พอง ลอกล่อน และไม่เปลี่ยนสีเมื่อใช้งานไปนานๆ นอกจากนี้ เวลาลอกฟิล์มออกกาวควรจะติดอยู่กับฟิล์ม ไม่ใช่ติดกับกระจก >### 3) ป้องกันรอยขีดข่วนได้ >เนื่องด้วยผิวของวัสดุโพลีเอสเตอร์จะเกิดรอยขีดข่วนแบบขนแมวง่าย ฟิล์มกรองแสงที่ดีจึงต้องมีการเคลือบสารป้องกันรอยขีดข่วนที่ผิวหน้า เพื่อความสวยงามและการใช้งานที่ยาวนาน >### 4) ความหนาฟิล์มที่เหมาะสม >ฟิล์มกรองแสงสำหรับติดอาคารบ้านเรือนทั่วไป (ที่ไม่ใช่ฟิล์มนิรภัย) ความหนามาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 mil. ซึ่งถือว่าไม่หนาจนเกินไป สามารถติดตั้งได้ง่าย บริการติดตั้งฟิล์มติดกระจกบ้าน ฟิล์มกันร้อนภายนอก ภายใน คลิก\ >## จะเลือกฟิล์มติดกระจกบ้านอย่างไรให้เหมาะและดี >- ### พิจารณาคุณสมบัติของฟิล์มกรองแสงให้ตรงความต้องการ >หลักง่ายๆ คือ ให้เลือกความเข้มความใสที่ต้องการ หรือดูที่ค่าแสงส่องผ่านของฟิล์มแต่ละรุ่น ซึ่งจะส่งผลในเรื่องการลดแสงจ้าของพระอาทิตย์ ความเป็นส่วนตัว และความชัดในการมองวิวด้านนอก จากนั้นจึงดูค่าการลดความร้อนจากแสงแดด สำหรับฟิล์มที่มีสีและความเข้มความใสใกล้เคียงกัน รุ่นที่สะท้อนแสงดีกว่า (ดูคล้ายกระจกเงาเมื่อมองจากภายนอก) ส่วนใหญ่จะลดความร้อนได้มากกว่า เพราะมีปริมาณโลหะเคลือบเยอะกว่า (ยกเว้นฟิล์มเคลือบเซรามิกซึ่งกันความร้อนได้ดีแต่จะสะท้อนแสงน้อยกว่าฟิล์มเคลือบโลหะ) ทั้งนี้ หากเจ้าของบ้านต้องการเน้นเรื่องการลดความร้อนเป็นพิเศษ อาจเลือกรุ่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟิล์มประหยัดพลังงานเบอร์ 5* >*เป็นมาตรฐานการทดสอบฟิล์มกรองแสงในประเทศไทย ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน โดยใช้เกณฑ์การวัดค่าสัมประสิทธิ์การส่งผ่านความร้อนจากแสงอาทิตย์ หรือ SHGC (Solar Heat Gain Coefficient) จะต้องมีค่าที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 0.45 ฟิล์มติดกระจกบ้าน กันความร้อน ฟิล์มกรองแสงบ้าน >ภาพ: ตัวอย่างตารางฟิล์มกรองแสงที่แสดงให้เห็นค่าการลดความร้อนจากแสงแดด และการป้องกันรังสี UV >- ### จุดประสงค์การใช้งานและตำแหน่งที่ตั้ง >เช่น ห้องอยู่ชั้นล่างและต้องการบังสายตาอาจเน้นฟิล์มสีเข้ม ห้องทางทิศตะวันตกซึ่งโดนแดดแรงควรเลือกฟิล์มที่ช่วยลดแสงจ้าของพระอาทิตย์และมีค่ากันความร้อนสูง สำหรับห้องที่ต้องการชมวิวทั้งกลางวันและกลางคืนแต่ต้องการลดความร้อนด้วย อาจใช้ฟิล์มใส ค่าแสงส่องผ่านสัก 40% แต่กันความร้อนได้สูง เป็นต้น (สำหรับคอนโดมิเนียม มักมีข้อกำหนดเรื่องฟิล์มกรองแสง เช่น ความเข้ม สี การสะท้อนแสง ควรเช็คกับทางนิติบุคคลก่อนเลือกซื้อฟิล์ม) ฟิล์มติดกระจกบ้าน กันความร้อน ฟิล์มกรองแสงบ้าน >ภาพ: ฟิล์มติดกระจกบ้านที่มีสีมืดและผิวมันเงาสะท้อนแสงสร้างความเป็นส่วนตัว ฟิล์มติดกระจกบ้าน กันความร้อน ฟิล์มกรองแสงบ้าน >ภาพ: ห้องที่ต้องการชมวิวและลดความร้อนในขณะเดียวกัน จะเหมาะกับฟิล์มใสที่มีค่าการกันความร้อนสูง >- ### ยี่ห้อฟิล์มและร้านค้าที่น่าเชื่อถือ >โรงงานผลิตต้องได้มาตรฐาน บริษัทผู้นำเข้าควรมีชื่อเสียงในการขายสินค้าคุณภาพคุ้มราคามาเป็นเวลานาน ในส่วนของร้านค้า แนะนำซื้อฟิล์มจากร้านที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้จำหน่ายโดยสังเกตจากป้ายหน้าร้าน ใบรับรองการแต่งตั้ง ใบรับประกันสินค้า หรือโทรสอบถามจากบริษัทฟิล์มโดยตรง >- ### ทีมติดตั้งฟิล์มควรมีความชำนาญ >สามารถกรีดตัดฟิล์มให้ได้ขนาดเสมอพอดีกับขอบยาง โดยไม่ทำให้กระจกเป็นรอย รวมถึงไม่กรีดโดนขอบยางกระจกเสียหาย เพราะหากกรีดโดนขอบยาง แม้จะใช้ซิลิโคนยิงซ่อมก็อาจเกิดปัญหารั่วซึมเมื่อใช้งานไปนานๆ ได้ (ควรยิงซิลิโคนเท่าที่จำเป็นตามสภาพหน้างานเท่านั้น เช่น กรณีที่ต้องเลาะซิลิโคนของเดิมหรือขอบยางเสื่อม เป็นต้น) ฟิล์มติดกระจกบ้าน >ภาพ: การกรีดฟิล์มให้พอดีกับขอบกระจกประตูหน้าต่าง เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพการใช้งานฟิล์ม ซึ่งต้องอาศัยความประณีตชำนาญของช่าง จะเห็นว่า การเลือกฟิล์มกรองแสงติดกระจกบ้านให้ตรงตามความต้องการไม่ใช่เรื่องยาก... แต่ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่เจ้าของบ้านต้องใส่ใจเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว โดยนอกจากจะเลือกที่คุณภาพและผู้จัดจำหน่ายที่น่าเชื่อถือแล้ว ยังต้องดูคุณสมบัติต่างๆ (เช่น ค่าแสงส่องผ่าน ค่าสะท้อนแสง ค่ากันรังสี UV ค่าการลดความร้อนจากแสงแดด เป็นต้น) ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน รวมถึงเลือกใช้ทีมช่างผู้ชำนาญเพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาจากการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานด้วย ขอบคุณข้อมูลจาก : ฟิล์มกรองแสงลามิน่า บริการติดตั้งฟิล์มติดกระจกบ้าน ฟิล์มกันร้อนภายนอก ภายใน คลิก\ . อ่านเพิ่มเติม: เคล็ดลับการเลือกฟิล์มติดกระจกบ้าน ให้ตรงใจเรา\ อ่านเพิ่มเติม: กระจกลามิเนต VS กระจกติดฟิล์ม: เลือกแบบไหนดีกว่า? ทั้งกันร้อนและสร้างนิรภัยให้บ้าน\ อ่านเพิ่มเติม: บ้านกระจกสไตล์โมเดิร์น แก้ปัญหาบ้านร้อนยังไงดี\ อ่านเพิ่มเติม: ฟิล์มติดกระจกกันร้อน: 'ฟิล์มธรรมดา' VS 'ฟิล์มเซรามิก' ต่างกันอย่างไร?\ . บริการติดฟิล์มติดกระจกบ้าน ฟิล์มกรองแสงกันร้อนภายนอก ภายใน บริการติดตั้งฟิล์มติดกระจกบ้านกันร้อน\ ฟิล์มกันร้อนแบบติดภายใน ฟิล์มกันร้อนแบบติดภายนอก ฟิล์มนิรภัย วัสดุก่อสร้าง+สินค้าเพื่อบ้าน และบริการเรื่องบ้านอื่นๆ โดยทีมงานมืออาชีพแบบครบวงจร พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชันพิเศษได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP ติดต่อเรา โทร: 02-586-1222 Line: @scghome E-mail-contact@scg.com เวลาทำการ จันทร์-อาทิตย์ เวลา 08:00 - 17:30 น. รีวิว ติดฟิล์มกันร้อนภายนอกบ้าน RAYCOOOL คลิกดู VDO\
ทำความรู้จักกับวัสดุทดแทนไม้ที่นิยมใช้ตกแต่งภายนอกบ้านอย่างระแนงไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ ทั้งในแง่คุณสมบัติและการใช้งาน เมื่อพูดถึงไม้ระแนง\ ในงานแต่งตกบ้าน ก็ต้องนึกถึงแผงท่อนไม้ที่นำมาเรียงกัน ใช้เป็นแผงบังแดด แผงบังตา หรือทำซุ้มหลังคาโปร่งแสง (หลังคาใส) คำถามคือเราจะเลือกใช้ไม้ระแนงอย่างไรให้สวยงามทนทาน ไม้ระแนงเมื่อตากแดดตากฝนนานๆ จะผุพังง่ายหรือไม่ ในอนาคตจะโดนปลวกกินไหม หากเจ้าของบ้านเป็นกังวลเรื่องนี้ อาจลองหันมาทำความรู้จักกับไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ ซึ่งสามารถใช้ทำระแนงไม้เทียมตกแต่งภายนอกบ้านได้สวยงามคล้ายไม้จริง แต่ดูแลรักษาง่ายกว่าด้วยคุณสมบัติทนแดดฝนและไม่เป็นอาหารปลวก ระแนงไม้เทียม ภายนอก ไม้ SCG ภาพ: แผงบังตาภายนอกจากระแนงไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ เลือกซื้อ ไม้เทียม เอสซีจี (วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์) คลิก\ สนใจ รั้ว ระแนง บังตา พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ รู้จักกับไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ ไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์\ ผลิตจาก “ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ผสมกับซิลิก้าบริสุทธิ์” และ “เส้นใยเซลลูโลสคุณภาพสูง” นำมาผ่านการอบไอน้ำแรงดันสูง ทำให้ได้ทั้งความแข็งแรงและความเหนียว ไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์จึงทนทานต่อแดด ฝน แรงกระแทก และด้วยส่วนผสมที่ไม่มีเนื้อไม้ปนอยู่ จึงไม่เป็นอาหารของปลวก ไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์มีทั้งผิวเรียบและผิวลายไม้ เป็นวัสดุสำหรับงานตกแต่ง ซึ่งปกติแล้วจะติดตั้งโดยยึดสกรูเข้ากับโครงสร้างตามลักษณะการใช้งาน เช่น ยึดกับตง ยึดกับโครงคร่าว เป็นต้น โดยโครงสร้างที่ว่านี้ควรเป็นวัสดุที่แข็งแรง ได้มาตรฐาน และติดตั้งตามระยะที่คู่มือกำหนด ระแนงไม้เทียม ?ภาพ: ไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์แบบผิวเรียบทาสี (ซ้าย) และแบบผิวลายไม้ (ขวา) สีของไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ ? ไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์\ มีเนื้อวัสดุเป็นสีเทา เราสามารถทาสีรองพื้นแล้วเลือกเฉดสีตามต้องการมาทาทับ เมื่อใช้งานไปนานๆ สีอาจซีดจางหรือหลุดล่อนบ้าง แต่สามารถทาทับตกแต่งใหม่ได้ไม่ยาก นอกจากนี้ ไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์บางประเภทอาจมีรุ่นที่ทำสีมาจากโรงงานซึ่งจะติดทนทานกว่าแบบทาสีทับเอง นับเป็นอีกทางเลือกที่สะดวกต่อการใช้งานและดูแลรักษา ระแนงไม้เทียม วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ใช้ทำระแนงไม้เทียมภายนอก ไม้ SCG ภาพ: ไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์สีซีเมนต์ (บนซ้าย) และสีอื่นๆ ซึ่งทำสำเร็จจากโรงงาน เลือกซื้อ ไม้เทียม เอสซีจี (วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์) คลิก\ สนใจ รั้ว ระแนง บังตา พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ ระแนงไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ ใช้ทำอะไรได้บ้าง ? ไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ใช้ทำไม้ระแนงไม้เทียมภายนอก\ เป็นงานตกแต่งที่ได้ลุคใกล้เคียงไม้จริง โดยเลือกรุ่นที่สอดคล้องกับการใช้งาน ยกตัวอย่างไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ของ เอสซีจี แต่ละรุ่นจะเหมาะกับการใช้งาน ดังนี้ ไม้บังตา เอสซีจี หนา 12 มม. เหมาะกับใช้ทำระแนงไม้เทียมภายนอก ในรูปของระแนงแผงบังแดด แผงบังตา ไม้รั้ว เอสซีจี มีความหนา 2 ขนาด คือ 12 มม. และ 16 มม. เหมาะกับใช้ทำระแนงไม้เทียมภายนอกในรูปของระแนงรั้ว แผงบังแดด และแผงบังตา ไม้ระแนง เอสซีจี หนา 8 มม. เหมาะใช้สำหรับทำระแนงฝ้าชายคา ไม้ตกแต่งเอสซีจี รุ่นไลน์ ขนาดหน้าตัด 1x2 นิ้ว เหมาะกับใช้ทำระแนงแผงบังตา แผงบังแดด หรือระแนงตกแต่งผนัง ระแนงไม้เทียม ภายนอก ไม้ SCG ภาพ: แผงบังแดดจากระแนงไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ ระแนงไม้เทียมภายนอก ระแนงแผงบังตา ไม้ SCG ภาพ: แผงบังตาจากระแนงไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ รั้วระแนงไม้เทียมภายนอก ไม้ SCG ภาพ: ระแนงไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ในรูปของรั้ว (ซ้าย) และฝ้าชายคาระบายอากาศ (ขวา) รั้วระแนงไม้เทียมภายนอก ไม้ SCG ภาพ: ตกแต่งผนังรั้วด้วยระแนงไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ (ไม้ตกแต่ง เอสซีจี รุ่น ไลน์) เลือกซื้อ ไม้เทียม เอสซีจี สำหรับทำระแนงไม้เทียม คลิก\ สนใจ รั้ว ระแนง บังตา พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ ก่อนจะเลือกใช้ระแนงไม้เทียมภายนอก วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ มาถึงตรงนี้ เจ้าของบ้านคงได้รู้จักไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์\ และแนวทางใช้งานสำหรับทำไม้ระแนง\ ตกแต่งภายนอกบ้านไปพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณสมบัติ การใช้งานทำระแนงไม้เทียมภายนอกทั้ง รั้ว แผงบังตา ทั้งนี้ยังมีอีกสิ่งสำคัญที่เจ้าของบ้านควรทราบก็คือ ไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์เป็นวัสดุสำหรับงานตกแต่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทำโครงสร้างได้ จึงควรใส่ใจในการเลือกใช้อย่างเหมาะสม สรุป การตกแต่งภายนอกบ้านให้สวยงามและใช้งานได้ยาวนานด้วย ระแนงไม้เทียม ที่ผลิตจาก ไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากวัสดุชนิดนี้ผลิตจากปูนซีเมนต์ผสมเส้นใยเซลลูโลสและผ่านการอบไอน้ำแรงดันสูง ทำให้มีความเหนียว แข็งแรง ทนแดดทนฝน และหมดปัญหาเรื่อง ปลวกไม่กิน เหมือนไม้จริง สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลายฟังก์ชัน ไม่ว่าจะเป็น แผงบังตา แผงบังแดด ไม้รั้ว หรือ ระแนงฝ้าชายคา โดย ไม้ระแนง เอสซีจี มีให้เลือกหลายขนาดความหนาตามความเหมาะสมของการใช้งาน เช่น หนา 8 มม. สำหรับฝ้า หรือ 12-16 มม. สำหรับทำรั้วและบังตา นอกจากนี้ยังมีผิวสัมผัสทั้งแบบเรียบและลายไม้ พร้อมตัวเลือกสีสำเร็จจากโรงงานที่ช่วยให้สีติดทนนาน อย่างไรก็ตาม ควรระวังว่าไม้เทียมเป็นวัสดุสำหรับงานตกแต่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้เป็นโครงสร้างรับน้ำหนักหลักได้ อ่านเพิ่มเติม : ไอเดียทำรั้วระแนงบังตาสวยๆ หลายรูปแบบ\ อ่านเพิ่มเติม : ไอเดียเพิ่มลูกเล่นให้กับระแนงบังตา-แผงบังแดด\ อ่านเพิ่มเติม : รั้วระแนงไม้ ระแนงบังตา เลือกตีระแนงแบบไหนดี?\ เลือกซื้อ ไม้เทียม เอสซีจี (วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์) คลิก\ เลือกซื้อวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ ทำระแนงไม้เทียมภายนอก ไม้ตกแต่ง ไม้ระแนง\ และวัสดุตกแต่งไฟเบอร์ซีเมนต์อื่นๆ รวมถึงบริการติดรั้วระแนง\ โดยทีมงานมืออาชีพแบบครบวงจร พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชันพิเศษทั้งสินค้าและบริการได้ที่ SCGHOME.COM หรือ SCGHOME APP วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน สะดวกและรวดเร็ว กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME > ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล
บ้านร้อนเป็นหนึ่งในปัญหายอดฮิตของคนไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง การเข้าใจสาเหตุบ้านร้อน ที่มาของความร้อน และรู้วิธีแก้ไขปัญหาบ้านร้อนที่ตรงจุดในแต่ละส่วน ตั้งแต่หลังคา ผนัง ประตูหน้าต่าง พื้นที่รอบบ้าน รวมถึงการระบายอากาศและความร้อนในบ้านอย่างเหมาะสม จะช่วยให้บ้านเย็นขึ้นได้ในระยะยาว สารบัญบทความ >เรื่องที่ 1: เจาะลึก “4 สาเหตุบ้านร้อน” เข้าใจที่มาความร้อนให้เคลียร์ก่อนแก้ปัญหา >เรื่องที่ 2: แนวทางแก้ปัญหาบ้านร้อน กับวิธีทำให้บ้านเย็นขึ้นและประหยัดพลังงาน >เรื่องที่ 3: ทำหลังคากันความร้อน ระบายความร้อนหลังคาให้บ้านเย็นขึ้น >เรื่องที่ 4: วิธีแก้ดาดฟ้าร้อน เปลี่ยนดาดฟ้าคอนกรีตให้เย็นสู้แดด >เรื่องที่ 5: ทำผนังกันความร้อน ลดความร้อนจากผนังให้บ้านเย็นขึ้น >เรื่องที่ 6: ลดความร้อนจากประตูหน้าต่าง ลดปัญหาบ้านร้อน >เรื่องที่ 7: เปลี่ยนพื้นรอบบ้านเย็นขึ้น ไม่สะสมความร้อน ช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อน >เรื่องที่ 8: แก้ปัญหาบ้านร้อน ต้องระบายอากาศในบ้านดี บ้านถึงจะเย็นได้ >เรื่องที่ 9: รับมือปัญหาต่อเนื่อง จากเรื่องแดดแรง บ้านร้อน เรื่องที่ 1: เจาะลึก “4 สาเหตุบ้านร้อน” เข้าใจที่มาความร้อนให้เคลียร์ก่อนแก้ปัญหา แดดแรงตอนกลางวันทำให้บ้านร้อนเหมือนเตาอบ อยู่ยาก บางครั้งต้องเปิดแอร์ไว้นานกว่าจะห้องเย็น บางทีก็สงสัยว่าทำไมตกดึกแล้วในบ้านยังอบอ้าวทั้งที่ข้างนอกเริ่มเย็นแล้ว? ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าปัญหาบ้านร้อนไม่ได้เกิดจากแดดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก 4 ปัจจัย ดังต่อนี้ 1) วางผังบ้านผิดชีวิตเปลี่ยน หนึ่งในต้นเหตุบ้านร้อน การจัดวางตำแหน่งห้องไม่สัมพันธ์กับทิศทางแดดและลม คือจุดเริ่มต้นของปัญหาบ้านร้อนสะสม ห้องใช้งานหลักอยู่ทิศรับแดด: หลายบ้านวางห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นไว้ทางทิศใต้และทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศที่รับแดดบ่ายยาวนานและรุนแรงที่สุด ทำให้ห้องสะสมความร้อนไว้จนอิ่มตัวและคายออกมาในช่วงค่ำ ตำแหน่งบ้านขวางทางลม: การวางตำแหน่งอาคาร หรือกำหนดตำแหน่งห้องที่ทำให้เกิดการปิดกั้นทางลมประจำถิ่น (ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นผลให้บ้านไม่มีการถ่ายเทอากาศบริสุทธิ์ รวมถึงการวางเฟอร์นิเจอร์ขวางหน้าต่าง เช่น ตู้เสื้อผ้าหรือชั้นวางของที่วางบังทิศทางลม ทำให้การระบายอากาศติดขัด 2) ใช้วัสดุอมความร้อน หรือความร้อนผ่านเข้าบ้านง่าย ทำให้บ้านร้อน วัสดุก่อสร้างเปรียบเสมือน "เครื่องเก็บประจุความร้อน" หากเลือกใช้ไม่เหมาะกับเมืองร้อน บ้านจะกลายเป็นเตาอบทันที หลังคาและโถงใต้หลังคา: จุดที่รับศึกหนักที่สุด (รับความร้อนสูงถึง 70%) หากไม่มีฉนวนกันความร้อนหรือระบบระบายอากาศใต้หลังคา ความร้อนจะแผ่ลงผ่านฝ้าเพดานเข้าสู่ตัวบ้านโดยตรงอย่างเต็มที่ ผนังอิฐและคอนกรีต: ผนังอิฐมอญหรือคอนกรีตมีคุณสมบัติอมความร้อนสูง ในช่วงกลางวันจะดูดซับความร้อนจนอิ่มตัว และจะเริ่ม "คายความร้อน" ออกมาในบ้านช่วงหัวค่ำ กระจกและช่องแสง: ประตูหน้าต่างกระจกทั่วไปเปรียบเสมือนทางด่วนให้รังสีความร้อนจากแสงแดดวิ่งเข้าบ้าน รวมถึงความร้อนจากพื้นคอนกรีตรอบบ้าน หรือลานจอดรถรอบบ้านที่สะท้อนย้อนกลับเข้าบ้านทางกระจกประตูทางหน้าต่างด้วย 3) กิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในบ้าน ก็ทำให้บ้านร้อนได้ กิจกรรมต่างๆ และการใช้ชีวิตของเราเป็นอีกปัจจัยที่สร้างความร้อนสะสมภายในบ้าน ซึ่งบางทีเราไม่ทันได้นึก เครื่องใช้ไฟฟ้าปล่อยความร้อน: คอมเพรสเซอร์ตู้เย็น, เตาอบ, เตาแก๊สในครัว ไปจนถึงคอมพิวเตอร์และหลอดไฟ ต่างปล่อยความร้อนออกมาตลอดเวลา ความร้อนจากร่างกายมนุษย์: ร่างกายคนเรามีการเผาผลาญและคายความร้อนสม่ำเสมอ โดยเฉพาะยามที่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ออกกำลังกาย ยิ่งในห้องปิดที่มีคนอยู่รวมกันมาก จะยิ่งเกิดความร้อนทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นได้หากไม่มีการระบายอากาศที่เหมาะสม 4) บ้านร้อนอบอ้าว เพราะระบบระบายอากาศไม่ดีพอ เมื่อความร้อนเข้ามาในบ้านแล้วแต่หาทางออกไม่ได้ บ้านจึงกลายเป็น "ระบบปิด" ที่สะสมความร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การออกแบบที่ไม่ได้คำนึงเรื่องระบายอากาศที่ดี: มีช่องเปิด (ประตู-หน้าต่าง) น้อยเกินไป หรือตำแหน่งหน้าต่างไม่สัมพันธ์กัน (ไม่มีทางลมเข้า-ออกที่ชัดเจน) ทำให้ลมไม่เกิดการไหลเวียนถ่ายเทเข้าออกภายในและภายนอกบ้าน พฤติกรรมการใช้งาน: หลายบ้านจำเป็นต้องปิดบ้านมิดชิดเกือบตลอดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงฝุ่นเชื้อโรคจากภายนอกบ้าน ป้องกันขโมยเข้าบ้านเพราะไม่มีคนอยู่บ้านตอนกลางวัน เมื่อบ้านปิดมิดชิด อากาศและความร้อนที่สะสมในบ้านก็ไม่มีช่องทางระบายออก ความชื้นภายในบ้านสร้างความรู้สึกร้อนอบอ้าว: ความชื้นจากห้องน้ำในบ้าน การทำอาหาร การตากผ้าในบ้าน ความชื้นจากภายนอกบ้านที่เข้ามาสะสมในบ้าน รวมถึงไอน้ำที่ออกมาจากร่างกายเรา (โดยเฉพาะเมื่อมีคนอยู่ในบ้านจำนวนมาก) ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัย เพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ทำให้เรารู้สึก "ร้อนเหนียวตัว" และอึดอัดมากกว่าปกติ อ่านเพิ่มเติม: ทำไมบ้านร้อน: เปิดสาเหตุที่หลายคนมองข้าม\ อ่านเพิ่มเติม: ติดฉนวนแล้วทำไมบ้านยังร้อน แก้ปัญหาอย่างไร?\ ฉนวนกันความร้อน พร้อมบริการติดตั้งปูบนฝ้าเพดาน คลิก\ 3 แนวทางแก้ปัญหาบ้านร้อน วิธีทำให้บ้านเย็น ประหยัดพลังงาน เรื่องที่ 2: แนวทางแก้ปัญหาบ้านร้อน กับวิธีทำให้บ้านเย็นขึ้นและประหยัดพลังงาน เมื่อบ้านร้อนระอุจนอยู่ไม่สุข การรู้วิธีแก้ปัญหาบ้านร้อนอย่างถูกจุดจะช่วยให้บ้านกลับมาน่าอยู่และประหยัดค่าไฟได้ในระยะยาว โดยอาศัยวิธีทำให้บ้านเย็นผ่าน 3 แนวทางหลัก คือ การป้องกันความร้อน การระบายความร้อน และการสร้างลมเย็นหรือไอเย็นในบ้าน 1) แก้ปัญหาบ้านร้อนโดยป้องกันความร้อนเข้าบ้าน ป้องกันความร้อนจากส่วนประกอบต่างๆ ของบ้าน ทั้งหลังคา ประตูหน้าต่าง ผนังบ้าน และพื้นรอบบ้าน ทำหลังคากันความร้อน หลังคาคือจุดที่รับแดดแรงที่สุด ซึ่งเราสามารถป้องกันความร้อนจากหลังคาได้ ด้วยการติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนใต้กระเบื้องหลังคา และปูฉนวนกันความร้อนบนฝ้าเพดานชั้นบนสุด เพื่อบล็อกความร้อนไม่ให้แผ่ลงมาสู่ห้องนอนและห้องต่างๆ ป้องกันความร้อนจากแดดที่ส่องเข้าประตูหน้าต่าง ติดกันสาดหรือทำระแนงบังแดดเพื่อลดทอนแสงแดดส่องโดยตรง เลือกใช้กระจกตัดแสงหรือติดฟิล์มกรองแสง และเสริมด้วยม่านหรือมู่ลี่ภายใน ทำผนังกันร้อน โดยเฉพาะผนังทิศตะวันตกที่รับแดดบ่าย เราสามารถทำผนังเบาซ้อนผนังด้านในพร้อมซ่อนฉนวนกันความร้อน ทาสีสะท้อนความร้อนที่ผนังภายนอก ติดตั้งไม้เทียมตกแต่งผนังภายนอกรวมถึงการทำสวนแนวตั้ง เพื่อช่วยดูดซับความร้อนก่อนถึงตัวผนัง ป้องความร้อนจากพื้นรอบบ้าน โดยใช้วัสดุปูพื้นตกแต่งพื้นที่มีคุณสมบัติอมความร้อนและสะท้อนความร้อนน้อย เพื่อลดปริมาณความร้อนที่สะท้อนมายังผนังและกระจกประตูหน้าต่าง 2) แก้ปัญหาบ้านร้อน ด้วยการระบายความร้อนออกจากบ้าน เป็นอีกปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้ เพราะต่อให้เราป้องกันความร้อนเข้าบ้าน ติดฉนวนกันความร้อนอย่างดี แต่ความร้อนในบ้านไม่สามารถระบายออกได้ บ้านก็จะร้อนอบอ้าว (เป็นที่มาว่าทำไมบางบ้านติดฉนวนกันความร้อนแล้วบ้านยังร้อนอยู่) ดังนั้นการระบายอากาศที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตั้งแต่วิธีง่ายๆ ธรรมดาอย่าง การเปิดประตูหน้าต่างระบาย การสร้างช่องลมออกจากหลังคาและฝ้าชายคา จนถึงการติดตั้งชุดอุปกรณ์ระบายอากาศ ที่ช่วยเร่งกลไกระบายอากาศในบ้านได้แม้บ้านปิดมิดชิด 3) แก้ปัญหาบ้านร้อน สร้างลมเย็น และไอเย็นในบ้าน แม้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็นับว่าจำเป็นสำหรับเมืองร้อนอย่างบ้านเราที่จะต้องพึ่งอุปกรณ์อย่าง พัดลม พัดลมเพดาน พัดลมไอเย็น รวมถึงแอร์ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ทำให้เย็นทันใจแต่ก็กินค่าไฟสูง หลายบ้านจึงเลือกที่จะติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ หรือใช้แอร์โซลาร์เซลล์ เป็นทางเลือกในการประหยัดค่าไฟ อ่านเพิ่มเติม: บ้านร้อนหลังเดิม: 6 วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความร้อนให้บ้านกลับมาเย็นสบายทันใจ\ อ่านเพิ่มเติม: เลือกฉนวนกันความร้อนอย่างไรให้บ้านเย็น\ อ่านเพิ่มเติม: ทำบ้านให้ระบายอากาศได้ เพื่อสุขภาพที่ดี\ อ่านเพิ่มเติม: 5 เรื่องน่ารู้ เลือกพัดลมเพดานให้โดนใจใช้ดี\ เลือกซื้อพัดลมเพดานหลากดีไซน์ พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ หลังคากันร้อน ป้องกันความร้อนจากหลังคา หลังคาบ้านเย็น ฉนวนกันร้อนหลังคา ระบายความร้อนหลังคา เรื่องที่ 3: ทำหลังคากันความร้อน ระบายความร้อนหลังคาให้บ้านเย็นขึ้น เพราะความร้อน 70% ของบ้านมาจากหลังคา การลดความร้อนจากหลังคาเป็นสิ่งที่ควรทำอันดับแรก โดยอาศัย 2 หลักการคือ ป้องกันความร้อนจากหลังคาเข้าบ้าน และระบายความร้อนออกจากหลังคา 1) ทำหลังคากันร้อน ป้องกันความร้อนจากหลังคาเข้าบ้าน วัสดุที่ใช้ป้องกันความร้อนจากหลังคา อาจมีประเภทต่างๆ แต่โดยหลักแล้วจะอาศัย “การสะท้อนความร้อน” กับ “การป้องกันความร้อน” ซึ่งอาจเลือกใช้ทั้ง 2 วัสดุซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกันควบคู่กันคือ ติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนที่แปหลังคา: ในรูปของแผ่นสะท้อนความร้อน\อะลูมิเนียมฟอยล์ ซึ่งติดตั้งได้ทั้งบนแปหรือใต้แปบริเวณโครงหลังคา โดยมีหน้าที่หลักคือ “สะท้อนรังสีความร้อนออกจากหลังคา” อย่างไรก็ตามหากเจ้าของบ้านต้องการเพิ่มฟังก์ชันการ “กันความร้อน” แนะนำให้ปูฉนวนกันความร้อนหลังคาบนฝ้าเพดานร่วมด้วย หรือใช้แผ่นสะท้อนความรุ่นที่มีฉนวนกันความร้อนในตัว ปูฉนวนกันความร้อนหลังคาบนฝ้าเพดาน: ใช้วัสดุที่มีค่า R (Resistivity) หรือค่ากันความร้อนสูง อย่างเช่น ฉนวนใยแก้ว\ มาปูบนฝ้าเพดานชั้นบนสุด เพื่อทำหน้าที่ “ป้องกันความร้อนจากโถงหลังคา” ไม่ให้ผ่านฝ้าเพดานลงมาภายในบ้าน โดยเฉพาะห้องนอนชั้นบน ทั้งนี้ฉนวนใยแก้วที่มีความหนามากจะยิ่งมีค่า R สูงซึ่งจะยิ่งกันความร้อนได้มาก 2) ระบายความร้อนออกจากหลังคา ใช้ฝ้าชายคาระบายอากาศ: สามารถเลือกได้ทั้งการทำฝ้าระแนงไม้ตีเว้นร่องระบายอากาศ ใช้ฝ้าชายคาระบายอากาศ\ โดยคำนึงเรื่องการติดตั้งมุ้งลวดป้องกันแมลง อีกทางเลือกที่สะดวกคือใช้ฝ้าชายคาระบายอากาศที่มีมุ้งกันแมลงในตัว หรือใช้ฝ้าชายคาระบายอากาศไวนิล\ ซึ่งออกแบบช่องระบายอากาศให้สามารถป้องกันแมลงได้ ติดตั้งกระเบื้องปล่องระบายอากาศที่หลังคา: กระเบื้องหลังคาบางรุ่น สามารถติดตั้งกระเบื้องที่มีช่องระบายอากาศ\เพื่อให้อากาศและความร้อนในโถงหลังคาระบายถ่ายเทออกไปได้ นอกจากนี้ ยังมี “ชุดอุปกรณ์ระบายอากาศ” ซึ่งช่วยให้บ้านระบายอากาศได้แม้ปิดมิดชิด ที่อาศัยหลักการเดียวกัน คือดูดเอาอากาศและความร้อนในบ้านผ่านโถงหลังคา แล้วระบายออกทางกระเบื้องหลังคาที่มีปล่องระบายอากาศในตัว อ่านเพิ่มเติม: หลังคากันร้อนเพื่อบ้านเย็น แก้ปัญหาเน้นๆ แบบตรงจุด\ อ่านเพิ่มเติม: ฉนวนกันความร้อนโถงหลังคา: 4 ทางเลือกลดความร้อนให้บ้านเย็น แบบไหนดีสุด\ อ่านเพิ่มเติม: ถาม-ตอบ ระบบระบายอากาศ SCG Active AIRflow™ System\ ฝ้าชายคาระบายอากาศ พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ ดาดฟ้าร้อน วิธีแก้ดาดฟ้าร้อน ตึกแถว ปูกระเบื้องดาดฟ้ากันร้อน ทาสีกันร้อนดาดฟ้า จัดสวนดาดฟ้า กันร้อน เรื่องที่ 4: วิธีแก้ดาดฟ้าร้อน เปลี่ยนดาดฟ้าคอนกรีตให้เย็นสู้แดด บ้านตึกแถวหรือบ้านทรงกล่องที่มีหลังคาดาดฟ้าซึ่งต้องรับแดดตลอดทั้งวัน จะเจอปัญหาดาดฟ้าร้อนเนื่องจากคอนกรีตสะสมความร้อนและแผ่ลงสู่ตัวบ้าน ทำให้บ้านร้อนอบอ้าวในช่วงค่ำ โดยเฉพาะชั้นบนสุด ทั้งนี้เราสามารถเลือกวิธีต่างๆ เพื่อลดความร้อนดาดฟ้าได้ 1) ทาสีกันซึมดาดฟ้าสะท้อนความร้อน เป็นสีทากันซึมดาดฟ้า\ที่ทำหน้าที่เป็นสีทาดาดฟ้ากันร้อนในตัวมีให้เลือกทั้ง อะคริลิก โพลียูรีเทน และ Modified Silicone Acrylic ที่ผสมสารช่วยสะท้อนรังสีความร้อน ลดการสะสมความร้อนในเนื้อคอนกรีต 2) ปูกระเบื้องดาดฟ้าเว้นร่องระบายความร้อน (Solar Slab) กระเบื้องปูพื้นดาดฟ้าวัสดุซีเมนต์อัดแรงสูง\ มุมทั้ง 4 ขึ้นรูปเป็นขาตั้ง ช่วยสร้างช่องว่างให้อากาศถ่ายเทระหว่างตัวกระเบื้องกับพื้นดาดฟ้า แสงแดดจึงไม่กระทบพื้นคอนกรีตโดยตรง ช่วยลดการสะสมความร้อนและป้องกันการแตกร้าวของพื้นผิวดาดฟ้าได้ 3) ติดตั้งฉนวนกันความร้อน ใต้พื้นดาดฟ้า สามารถเลือกได้ทั้งการพ่นฉนวนกันความร้อน (เช่น PU โฟม) ใต้ท้องพื้นดาดฟ้า หรือถ้ามีการติดตั้งฝ้าเพดานใต้พื้นดาดฟ้าโดยมีระยะห่างจากท้องพื้นดาดฟ้าไม่ต่ำกว่า 1 ม. อาจเลือกใช้ฉนวนกันร้อนหลังคา อย่างฉนวนใยแก้ว\ ฉนวน PE โฟม ฉนวน bubble foil ปูบนฝ้าเพดานเพื่อช่วยป้องกันความร้อนจากหลังคาดาดฟ้าที่ส่งผ่านเข้ามาในบ้านได้ 4) จัดสวนดาดฟ้า หรือสวนลอยฟ้า (Roof Garden) ต้นไม้และดินเป็นฉนวนธรรมชาติชั้นยอดที่ป้องกันแสงแดดและความร้อน ทั้งนี้การสวนดาดฟ้าควรคำนึงเรื่องการทำระบบกันซึมดาดฟ้าและระบบระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันน้ำขัง รวมถึงปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเรื่องน้ำหนักของปริมาณดิน ต้นไม้ที่เพิ่มขึ้น 5) ต่อเติมหลังคาคลุมดาดฟ้า ช่วยกันร้อน การสร้างหลังคาคลุมคล้ายกับเป็นการกางร่มกันแดดให้ดาดฟ้า เป็นอีกวิธีที่ป้องกันความร้อนช่วยแก้ปัญหาดาดฟ้าร้อนได้ดี แต่ก็ต้องมีการตรวจสอบกฎหมายควบคุมอาคาร และคำนึงเรื่องน้ำหนักที่ของหลังคาที่เพิ่มขึ้นซึ่งควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเช่นกัน อ่านเพิ่มเติม: 5 แนวทางลดร้อนจากหลังคาดาดฟ้าให้บ้านกล่องและตึกแถว\ บริการทาสีกันซึมดาดฟ้า สะท้อนความร้อน คลิก\ ทำผนังกันความร้อน วิธีแก้ปัญหาบ้านร้อน ทำให้บ้านเย็นขึ้น เรื่องที่ 5: ทำผนังกันความร้อน ลดความร้อนจากผนังให้บ้านเย็นขึ้น การทำผนังกันร้อนเหมาะกับการสู้กับแดดเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผนังด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ จะรับความร้อนมากเป็นพิเศษ การปรับปรุงผนังธรรมดาให้เป็นผนังกันความร้อนจะช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน ช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อนทำให้บ้านเย็นขึ้นได้ โดยอาศัยวิธีการดังต่อไปนี้ 1) ทำผนังกันความร้อน เลือกใช้วัสดุผนังที่อมความร้อนน้อย: เป็นทางเลือกสำหรับกรณีบ้านสร้างใหม่ โดยอาจเลือกใช้อิฐมวลเบาคุณภาพสูง\ จะอมความร้อนน้อยกว่าอิฐมอญ หรือเลือกทำผนังเป็นผนังเบาด้วยแผ่นผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ซึ่งบางรุ่นมีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนให้เลือกใช้ด้วย ตกแต่งผนังภายนอกด้วยไม้เทียม สวย+ช่วยกันร้อน: ตกแต่งผนังก่ออิฐฉาบปูนของเดิมด้วยไม้เทียมตกแต่งผนังรูปแบบต่างๆ\ ซึ่งมีคุณสมบัติอมความร้อนน้อยกว่าผนังก่ออิฐฉาบปูน และช่วยเป็นด่านหน้าในการเผชิญกับความร้อนจากแสงแดด ทำให้ผนังบ้านของเรารับความร้อนน้อยลง ทำผนังเบาเพิ่มอีกชั้น พร้อมซ่อนฉนวนกันความร้อนผนัง: ทำผนังโครงเบาด้วยแผ่นยิปซัมหรือไฟเบอร์ซีเมนต์ซ้อนทับผนังเดิม (ใช้แผ่นผนังยิปซัมได้เฉพาะกรณีเป็นผนังภายใน) โดยซ่อนฉนวนกันความร้อนผนัง\ไว้ระหว่างโครงคร่าวผนัง เพื่อช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้แผ่เข้ามาในบ้าน 2) ทำแผงระแนงบังแดดเพิ่มร่มเงา ช่วยกันความร้อนให้ผนัง ติดตั้งแผงระแนงไม้หรือระแนงไม้เทียมทับซ้อนเข้ากับผนังหรือหน้าต่างของอาคาร คล้ายกับเป็น “หน้ากากของอาคาร” อีกชั้นหนึ่ง ระแนงจะช่วยบังแดดและป้องกันรังสีความร้อน (โดยเฉพาะทิศตะวันตกและทิศใต้) ไม่ให้ส่องโดนผนังหรือผ่านกระจกประตูหน้าต่างโดยตรง โดยดีไซน์เว้นร่องระแนงที่เหมาะสม เพื่อให้แสงธรรมชาติยังส่องผ่านเข้ามาได้โดยไม่ดูทึบ และเปิดช่องให้ลมพัดผ่านได้ ช่วยลดความร้อนอบอ้าว 3) ทาสีบ้านเย็นสะท้อนความร้อนออกจากผนัง เลือกใช้สีทาภายนอกที่มีคุณสมบัติสะท้อนรังสีความร้อน \ เพื่อลดความร้อนสะสมบนพื้นผิวผนังตั้งแต่ด่านแรก 4) ทำสวนแนวตั้ง สร้างผนังกันความร้อนด้วยปราการสีเขียว ช่วยบังแดดและคายความชื้นเพื่อลดอุณหภูมิสะสม โดยเจ้าของบ้านสามารถเลือกทำสวนแนวตั้งในรูปแบบดังนี้ ไม้เลื้อยที่ผนัง: โดยอาจเป็นไม้เลื้อยที่เกาะรากตามผนังอาคาร (เช่น ตีนตุ๊กแก) หรือเลื้อยพันไปตามเส้นเชือก ลวด ตะแกรง ตาข่ายต่างๆ (เช่น ต้นสร้อยอินทนิล ต้นพลูด่าง ต้นตำลึง) สวนแนวตั้งแบบโครงยึด พร้อมภาชนะปลูก: เป็นสวนแนวตั้ง\ในรูปของกระถางหรือกระเป๋าผ้า\สำหรับปลูกที่ยึดกับโครงบนผนัง ซึ่งมีข้อดีคือ สามารถเลือกได้หลากพันธุ์ไม้หลายสีสัน ทั้งนี้หากเจ้าของบ้านเน้นความสะดวก ก็สามารถเลือกซื้อเป็นชุดอุปกรณ์สำเร็จรูปมาติดตั้งได้ด้วย อ่านเพิ่มเติม: 7 วิธีทำให้บ้านเย็น: เน้นแก้ที่ผนังและช่องเปิด ลดร้อนได้จริงโดยไม่ต้องพึ่งแอร์\ อ่านเพิ่มเติม: 6 เหตุผลสำคัญ ทำไมบ้านยุคใหม่ควรเลือกใช้อิฐมวลเบา Q-CON\ อ่านเพิ่มเติม: ไอเดียเพิ่มลูกเล่นให้กับระแนงบังตา-แผงบังแดด\ อ่านเพิ่มเติม: 3 วิธีลดร้อนให้บ้านเย็น ด้วยแผงบังแดดจากต้นไม้ และสวนแนวตั้ง\ อ่านเพิ่มเติม: แต่งผนังให้สวยมีสไตล์: รวมไอเดียตกแต่งผนังด้วย 'ไม้เทียม' ทนทาน ไม่ต้องดูแลเยอะ\ ไม้เทียมตกแต่งผนัง ระแนงแผงบังแดด รั้วระแนงบังตา พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\ ลดความร้อนจากประตูหน้าต่าง แก้ปัญหาบ้านร้อน วิธีทำบ้านเย็น เรื่องที่ 6: ลดความร้อนจากประตูหน้าต่าง ลดปัญหาบ้านร้อน แดดที่ส่องกระจกประตูหน้าต่างทำให้บ้านร้อนและดูจ้า ไม่สบายตา นอกจากนี้ ความร้อนจากแสงแดดยังอาจทำลายวัสดุและข้าวของ เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน ซึ่งเราสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้ 1) อัปเกรดกระจกหน้าต่างประตู ใช้ฟิล์มติดกระจกบ้านกันร้อน ลดความร้อนสะสม สำหรับบ้านสร้างใหม่สามารถเลือกใช้กระจกกันความร้อน เช่น กระจกฉนวน, กระจก LOW-E, กระจกสะท้อนแสง, กระจกเขียวตัดแสง ส่วนบ้านเก่าหลังเดิมสามารถติดฟิล์มกันร้อน\ที่กระจกประตูหน้าต่างช่วยลดความร้อนและรังสี UV จากแสงแดด ทั้งนี้ การเลือกฟิล์มติดกระจกบ้านเพื่อลดความร้อนควรดู “ค่าการกันความร้อน”เป็นหลักควบคู่กับจุดประสงค์การใช้งาน เช่น ฟิล์มสีเข้มตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัว ฟิล์มนิรภัยสำหรับบริเวณที่ต้องการลดความเสี่ยงอุบัติเหตุหรือโจรกรรม นอกจากนี้ยังมี “ฟิล์มกันร้อนแบบติดภายนอก”\ ซึ่งมีข้อดีกว่าฟิล์มกันร้อนทั่วไป (ที่ติดกับกระจกฝั่งภายในบ้าน) อย่างเห็นได้ชัดก็คือ ฟิล์มกันร้อนแบบติดภายนอกจะทำการสะท้อนรังสีความร้อนจากแสงแดดออกไปตั้งแต่ต้นทางก่อนจะมาถึงตัวกระจก ทำให้กระจกอมความร้อนน้อยลง ความร้อนที่ส่งผ่านเข้ามาในบ้านก็ลดลง 2) ติดผ้าม่าน/มู่ลี่บังแดด กันร้อน ลดแดดส่องประตูหน้าต่าง สร้างความเป็นส่วนตัว ผ้าม่านหรือมู่ลี่\ ช่วยบังแสงจ้าและความร้อนจากแดด สร้างความเป็นส่วนตัว และเป็นไอเทมแต่งบ้านไปในตัว ทั้งนี้ หากเจ้าของบ้านต้องกันเน้นการกันความร้อนเป็นพิเศษเพื่อให้บ้านเย็นขึ้น อาจเลือกใช้ม่านประเภท ม่านดิมเอาท์ ม่านแบล็กเอาท์ ที่ช่วยกันร้อนกันแสงได้มากกกว่าม่านทั่วไป 3) ต่อเติมหลังคากันสาด ม่านม้วนแนวดิ่ง กันร้อน ป้องกันแดดส่องถึงตัวกระจก การทำหลังคากันสาดหรือกันสาดพับได้\เป็นการสร้างร่มเงากันแดดกันร้อนกันฝนเหนือประตูหน้าต่างกระจก โดยเฉพาะ “กันสาดที่ใช้วัสดุมุงแบบทึบ” จะช่วยบังแดดลดแสงจ้าและรังสีความร้อนได้มาก แต่ก็ทำให้บ้านดูมืดทึบ ในทางกลับกันหากเราชอบแสงธรรมชาติให้บ้านดูโปร่งสว่าง ก็สามารถเลือก “กันสาดมุงแผ่นหลังคาโปร่งแสงรุ่นกันความร้อน\” แทน และสำหรับบ้านที่ไม่อยากให้มีกันสาดยื่นออกมาเพราะดูขัดกับลุคของบ้าน แต่ก็ต้องการการกันแดดกันฝน สามารถเลือกใช้ “กันสาดพับได้” หรือจะทำเป็น “ม่านม้วนแนวดิ่ง” (ผ้าใบกันสาด) ซึ่งสามารถเปิดปิดได้เมื่อต้องการใช้งาน 4) ติดตั้งระแนงไม้เทียม แผงบังแดดบังตา ช่วยกรองแสงให้บ้านเย็นลง เป็นส่วนตัว ช่วงกรองแสงจ้า ลดความร้อนจากแสงแดด สร้างความเป็นส่วนตัวบริเวณประตูหน้าต่างกระจกและระเบียง หากต้องการให้ดูแลรักษาง่ายและคุ้มค่าระยะยาว สามารถเลือกใช้เป็นระแนงไม้เทียม\ เช่น WPC ไฟเบอร์ซีเมนต์\ ซึ่งทนทานต่อสภาพอากาศและไม่เป็นอาหารปลวก แต่ยังให้ลุคคล้ายไม้จริง อ่านเพิ่มเติม: ฟิล์มกรองแสงติดกระจกบ้าน: เรื่องน่ารู้ก่อนเลือกซื้อ ป้องกันร้อน ลด UV คุ้มค่า\ อ่านเพิ่มเติม: กันสาด/ม่านม้วน/กันสาดพับได้ หลากทางเลือกกันแดดฝน ลดร้อน เป็นส่วนตัว\ อ่านเพิ่มเติม: 4 ประเภทผ้าม่านที่เจ้าของบ้านควรรู้ ก่อนเลือกผ้าม่านประตูและผ้าม่านหน้าต่าง\ อ่านเพิ่มเติม: ตกแต่งภายนอกบ้านให้สวย...ด้วยระแนงไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์\ บริการต่อเติมหลังคากันสาด โรงรถ กันสาดพับได้ ม่านม้วนแนวดิ่ง คลิก\ วิธีทำให้บ้านเย็น แก้ปัญหาบ้านร้อน ลดร้อนพื้นรอบบ้าน เรื่องที่ 7: เปลี่ยนพื้นรอบบ้านเย็นขึ้น ไม่สะสมความร้อน ช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อน อากาศเมืองไทยที่ร้อนระอุ พื้นคอนกรีตรอบบ้านมักดูดซับและแผ่ความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านตลอดทั้งวัน รวมถึงสะท้อนแดดร้อนๆ ผ่านประตูหน้าต่างกระจกเข้าบ้าน จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้บรรยากาศในบ้านร้อนอบอ้าว เครื่องปรับอากาศทำงานหนัก ดังนั้นการเลือกวัสดุปูพื้นให้เหมาะสมจึงเป็นอีกกุญแจสำคัญช่วยลดอุณหภูมิรอบบ้านให้เย็นลง ช่วยแก้ปัญหาบ้านร้อนได้ 1) จัดสวนสวยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ร่มรื่น การเปลี่ยนพื้นคอนกรีตหรือพื้นกระเบื้องให้เป็นสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า คือวิธีลดการสะท้อนความร้อนเข้าบ้านได้ดีที่สุด ต้นไม้จะช่วยดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์และคายความชื้นออกมา หากพื้นที่กว้างพอ การปลูกไม้ยืนต้นให้ร่มเงา หรือทำบ่อน้ำตกขนาดเล็ก จะช่วยเปลี่ยนความร้อนให้เป็นความเย็นกายเย็นใจ สร้างพื้นที่พักผ่อนที่ผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง 2) ปูหญ้าเทียมทับพื้นคอนกรีตเดิม สวยสะอาดตา ดูแลง่าย สำหรับบ้านที่มีพื้นคอนกรีตอยู่แล้วและไม่อยากทุบใหม่ การใช้หญ้าเทียม\เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะสะสมความร้อนน้อยกว่าคอนกรีตและให้ลุคธรรมชาติคล้ายหญ้าจริง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการตัดหญ้าหรือการรดน้ำ มีทั้งแบบม้วนผืนใหญ่ และแบบแผ่นเล็กสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เจ้าของบ้านสามารถปูเองได้ บางรุ่นมีโทนสีเขียวแซมน้ำตาล ดูสมจริงมากขึ้น 3) เลือกใช้ "บล็อกปูหญ้า" เพื่อความแข็งแกร่งและเขียวชอุ่ม หากต้องการพื้นที่แข็งแรงสำหรับใช้งานอเนกประสงค์รวมถึงจอดรถ แต่ยังอยากได้ความเย็นสดชื่นจากพื้นที่สีเขียว การใช้บล็อกปูหญ้า\คือคำตอบที่ลงตัว เป็นวัสดุที่รับน้ำหนักได้ดี มีช่องว่างระหว่างบล็อกปลูกหญ้าสร้างพื้นที่สีเขียว ลดอุณหภูมิผิวหน้าวัสดุได้มากกว่าบล็อกปูพื้นวัสดุคอนกรีตแบบทึบ 4) บล็อกปูพื้น กระเบื้องคอนกรีตปูพื้น รุ่น ลดร้อน ไม่สะสมความร้อน บล็อกปูพื้น (หรือที่เรียกว่า อิฐตัวหนอน) และกระเบื้องคอนกรีต โดยทั่วไปซึ่งเป็นวัสดุคอนกรีตซึ่งโดยธรรมชาติแล้วจะกักเก็บความร้อนมาก แต่ก็มีบางรุ่นที่มีนวัตกรรมลดความร้อนโดยเฉพาะ เช่น บล็อกปูพื้นรุ่น Cool Plus ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อลดความร้อนโดยเฉพาะ โดยผิวหน้าจะมีรูสำหรับกักเก็บน้ำ เมื่อโดนความร้อนน้ำก็ระเหยเป็นไอ อุณหภูมิผิวหน้าจึงร้อนน้อยกว่าบล็อกปูพื้นวัสดุคอนกรีตทั่วไป กระเบื้องคอนกรีตปูพื้นพร้อมนวัตกรรมพื้นลดร้อน: เป็นกระเบื้องคอนกรีตปูพื้นที่เน้นลดความร้อน\โดยเฉพาะ กับ HeatSync Technology ที่ดึงความร้อนออกจากกระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น ทำให้อุณหภูมิผิวกระเบื้องลดลงได้เร็ว โดยอาศัยหลักการถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer) ทั้งระบายความร้อนและดูดซับความร้อนที่ประสานกันอย่างลงตัว จึงได้อุณหภูมิที่ผิวใกล้เคียงหินอ่อนธรรมชาติ และดีกว่ากระเบื้องคอนกรีตปูพื้นทั่วไป อ่านเพิ่มเติม: ลดร้อนให้บ้าน: 6 วิธีปรับปรุง 'พื้นที่รอบบ้าน' ให้เย็นสบายอย่างยั่งยืน\ อ่านเพิ่มเติม: 6 วิธีจัดสวนสวยทิศตะวันตก คลายร้อนให้บ้านเย็น\ อ่านเพิ่มเติม: FAQ รวมถาม-ตอบ หญ้าเทียม\ บริการปูพื้นหญ้าเทียม จัดสวน สวนแนวตั้ง สวนสำเร็จรูป คลิก\ แก้ปัญหาบ้านร้อน วิธีทำให้บ้านเย็น บ้านระบายความร้อน บ้านระบายอากาศ ระบายอากาศในบ้าน เรื่องที่ 8: แก้ปัญหาบ้านร้อน ต้องระบายอากาศในบ้านดี บ้านถึงจะเย็นได้ แม้จะพยายามป้องกันความร้อนเข้าบ้านขนาดไหน แต่ถ้าบ้านเรา “ระบายอากาศไม่ดี” ความร้อนที่สะสมในบ้านจะเป็นสาเหตุให้ “บ้านร้อนอบอ้าว” เป็นที่มาว่า ทำไมบางบ้านติดฉนวนแล้วยังร้อน เพราะเมื่อฉนวนป้องกันความร้อนเข้าบ้านได้ ความร้อนในบ้านเองก็ถูกฉนวนป้องกันไม่ให้ออกนอกบ้านได้ด้วยเช่นกัน ความร้อนจึงถูกกักไว้ในบ้านของเราคล้ายกับว่าอยู่ในสภาพเดียวกับกระติกน้ำร้อน ดังนั้น การทำให้บ้านหายใจได้ระบายอากาศดี จึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำบ้านเย็นแก้ปัญหาบ้านบ้านร้อน ซึ่งอาศัยวิธีต่างๆ ดังนี้ 1) ทำหลังคาระบายอากาศ สร้างกลไกให้อากาศภายในโถงหลังคาถ่ายเทเข้าออกพร้อมระบายความร้อนได้ไม่ว่าจะเป็นการ “ติดตั้งกระเบื้องปล่องระบายอากาศ\” ใช้ “ฝ้าชายคาที่มีรูระบายอากาศ” (วัสดุไวนิล\หรือไฟเบอร์ซีเมนต์\) หรือทำเป็น “ระแนงฝ้าชายคาระบายอากาศ”\ 2) เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ช่วงเวลาที่เราอยู่บ้านเป็นโอกาสดีที่จะเปิดประตูหน้าต่าง เพื่อให้อากาศและความร้อนในบ้านระบายถ่ายเทออก และจะให้ดีควรติดตั้งมุ้งลวด\เพื่อป้องกันยุง แมลงและสัตว์เล็กที่จะมารบกวนในบ้าน โดยเฉพาะช่วงค่ำและกลางคืน ช่วยยืดเวลาในการเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศได้ 3) ติดตั้งระบบระบายอากาศในบ้าน หลายบ้านมีไลฟ์สไตล์ที่สมาชิกทุกคนต้องออกไปทำงานหรือทำธุระ ทำให้ต้องปิดบ้านมิดชิดตลอดช่วงกลางวัน พอกลับมาบ้านช่วงเย็นช่วงค่ำจะพบว่าบ้านร้อนอบอ้าวมาก เปิดแอร์ในห้องนอนชั้นบนก็ใช้เวลานานกว่าจะเย็น เป็นเพราะความร้อนสะสมในบ้านทั้งวันไม่ได้ระบายออก หนึ่งในตัวช่วยที่ตอบโจทย์ตรงนี้ได้คือ “ติดตั้งระบบระบายอากาศในบ้าน\ ” ในรูปของชุดอุปกรณ์ ที่ทำให้บ้านสามารถระบายอากาศและความร้อนออกไปได้อย่างเพียงพอเหมาะสมแม้จะปิดบ้านมิดชิดตลอดวัน หลักการทำงานคือ อากาศจากภายนอกบ้านจะไหลเข้าบ้านผ่านตะแกรงที่สามารถป้องกันแมลง ฝุ่น (รวมถึงฝุ่น PM10 ฝุ่น PM2)5) จากนั้นพัดลมดูดอากาศบนฝ้าเพดานชั้นบนจะทำการดูดอากาศในบ้านขึ้นโถงหลังคา และระบายออกทางชุดกระเบื้องหลังคาระบายอากาศ ดังนั้นอากาศร้อนทั้งภายในบ้าน และในโถงหลังคา (ซึ่งเป็นส่วนที่สะสมความร้อนมากที่สุด) จะสามารถระบายถ่ายเทได้ตลอดเวลาที่ระบบทำงาน อ่านเพิ่มเติม: หลากวัสดุทดแทนไม้ทำฝ้าระบายอากาศ ลดร้อนหลังคาด้วยชายคาหายใจได้\ อ่านเพิ่มเติม: 9 ข้อน่ารู้ “ชุดกระเบื้องระบายอากาศ เอสซีจี” ช่วยลดร้อนให้บ้าน\ อ่านเพิ่มเติม: บ้านร้อนอบอ้าวไม่ระบายอากาศ เปิดแอร์เปลืองไฟ เปิดบ้านกลัวแมลง+กลัวโจร แก้ยังไงดี\ อ่านเพิ่มเติม: ถาม-ตอบ ระบบระบายอากาศ SCG Active AIRflow™ System ลดร้อน เพื่อบ้านเย็น\ อ่านเพิ่มเติม: บ้านเย็นประหยัดไฟด้วย Active AIRflow™ System ลดบ้านร้อน ระบายอากาศดี\ ติดตั้งระบบระบายอากาศ ระบายความร้อน SCG Active AIRflow™ System คลิก\ ผลพวงจากปัญหาบ้านร้อน ค่าไฟแพง เปลืองแอร์ แก้ปัญหาบ้านร้อน วิธีทำให้บ้านเย็น เรื่องที่ 9: รับมือปัญหาต่อเนื่อง จากเรื่องแดดแรง บ้านร้อน ปัญหา "บ้านร้อน" ไม่ได้จบลงเพียงแค่ความรู้สึกอึดอัดร้อนอบอ้าวเท่านั้น แต่มันยังส่งผลกระทบไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่น้ำในก๊อกที่ร้อนจนอาบไม่ได้ ค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงจนน่าตกใจ ไปจนถึงส่วนประกอบของบ้านและของรักของสะสมที่เริ่มเสื่อมสภาพลงทุกวันอย่างที่เราอาจไม่ทันได้คาดคิด 1) ปัญหาน้ำประปาร้อน เปิดก๊อก เปิดฝักบัวตอนบ่ายแล้วเจอน้ำร้อน สาเหตุของน้ำประปาร้อนช่วงกลางวันเกิดจาก “ถังเก็บน้ำบนดิน” ที่ตั้งอยู่กลางแจ้งและตากแดดเป็นเวลานาน ทำให้น้ำในถังร้อน เวลาเปิดก๊อกหรือฝักบัวแล้วก็จะได้น้ำร้อนออกมา ใช้งานลำบาก ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการ “ทำร่มเงาให้ถังเก็บน้ำ” ไม่ว่าจะเป็นการทำหลังคาคลุมหรือทำระแนงแผงบังแดด ช่วยป้องกันแสงแดดและความร้อนที่สาดส่องมายังถังเก็บน้ำของเรา ส่วนบ้านสร้างใหม่ หรือบ้านที่กำลังจะเปลี่ยนถังเก็บน้ำ การเลือกใช้ถังเก็บน้ำใต้ดินจะเจอปัญหานี้น้อยกว่ามาก แต่ถ้าเจ้าของบ้านไม่สะดวกในการดูแลรักษา อาจหันมาใช้ถังเก็บน้ำบนดินที่มีนวัตกรรมช่วยลดอุณหภูมิน้ำในถังให้เย็น\กว่าถังเก็บน้ำทั่วไป น้ำที่ไหลออกมาจากก๊อกและฝักบัวก็จะร้อนน้อยลง 2) รับมือบ้านร้อนเปลืองแอร์ กับปัญหาค่าไฟฟ้าแพง อากาศเมืองไทยยิ่งร้อน ยิ่งอยากเปิดแอร์ ยิ่งกินไฟ ทำให้หลายบ้านต้องเจอปัญหาค่าไฟแพงจากการใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างหนัก ลองมาดูกันว่ามีวิธีไหนที่ช่วยให้การใช้แอร์\ของเราประหยัดไฟได้บ้าง เลือกซื้อแอร์ให้ประหยัดไฟ: ควรเลือกแอร์ที่มี ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 (ระดับดาวสูงยิ่งดี) และเลือกใช้ระบบ Inverter\ ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำและประหยัดพลังงานมากกว่าแอร์ระบบธรรมดาถึง 30% นอกจากนี้ต้องคำนวณค่า BTU ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง เพื่อป้องกันไม่ให้แอร์ทำงานหนักจนเกินไป ติดตั้งแอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสม: เลือกตำแหน่งติดตั้ง\ในจุดที่ลมเย็นสามารถกระจายได้ทั่วถึงทั้งห้องโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอร์เหนือประตูหรือใกล้แหล่งความร้อน เช่น ห้องครัว หรือผนังทิศตะวันตกที่รับแดดจัด เพราะจะทำให้เซนเซอร์วัดอุณหภูมิผิดเพี้ยนและแอร์ต้องทำงานหนักตลอดเวลา เปิดแอร์ยังไงให้ประหยัดค่าไฟ: แนะนำให้ตั้งอุณหภูมิที่ 26-28 องศาเซลเซียส และควรล้างแอร์เป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อลดการสะสมของฝุ่นที่ขัดขวางทางลม นอกจากนี้ การปิดม่านกันแดดเพื่อลดความร้อนสะสมในห้องก่อนเปิดแอร์ จะช่วยให้ห้องเย็นเร็วขึ้นและแอร์ตัดการทำงานได้บ่อยขึ้น ใช้พัดลมช่วยประหยัดไฟ ลดภาระการทำงานของแอร์: เปิดพัดลม\ควบคู่ไปกับแอร์ โดยตั้งแอร์ไว้ที่ 27 องศาเซลเซียสแล้วใช้พัดลม\ช่วยเป่ากระจายความเย็น แรงลมจากพัดลมจะช่วยให้เรารู้สึกเย็นขึ้นอีก 1-2 องศาเซลเซียส ทำให้แอร์ทำงานน้อยลงแต่คนในบ้านยังรู้สึกเย็นสบายเท่าเดิม ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ หรือใช้แอร์โซลาร์เซลล์: หากจำเป็นต้องเปิดแอร์ตอนกลางวันเยอะ การติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) \ หรือเลือกใช้แอร์โซลาร์เซลล์\ เพื่อแปลงพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า ใช้เปิดแอร์ฉ่ำๆ ตอนกลางวันโดยไม่กังวลกับค่าไฟ นับเป็นอีกทางเลือกที่น่าพิจารณาเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว 3) ปัญหาบ้านร้อนสะสม ทำให้บ้านและข้าวของเสียหาย แสงแดดและความร้อนสะสมเป็นศัตรูเงียบที่ค่อยๆ ทำลายวัสดุข้าวของในบ้านให้เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร หากปล่อยไว้ปัญหาเล็กๆ อาจกลายเป็นงานซ่อมบ้านครั้งใหญ่ที่บานปลายได้ วัสดุบิดเบี้ยวเสียหาย: ความร้อนจัดทำให้วัสดุเกิดการยืด-หดตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ พื้นไม้โก่งตัว ประตูปิดไม่ได้ เนื่องจากกรอบประตูขยายตัวจนผิดรูป ไปจนถึงกระเบื้องระเบิดหลุดล่อนได้ง่ายหากกาวซีเมนต์เสื่อม ผนัง หลังคา และดาดฟ้าแตกร้าว: อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตลอดวันทำให้ผนังปูนแตกร้าว ส่วนประกอบของหลังคาที่เป็นครอบปูนและปีกนก ค.ส.ล. รวมถึงพื้นดาดฟ้า เกิดการยืดหดจนแตกร้าว กลายเป็นสาเหตุหลักของปัญหาน้ำรั่วซึมในอนาคต ปัญหาสีซีดจาง เฟอร์นิเจอร์และของสะสมเสื่อมสภาพ: รังสี UV และความร้อนจัดทำให้เกิดปัญหาสีซีดจาง ทั้งสีผนังภายนอก สีของวัสดุภายในและเฟอร์นิเจอร์ที่โดนแสงแดดจากหน้าต่างแผดเผา รวมทำให้ของมีค่าหรือของสะสมเสื่อมสภาพ เหนียว หรือกรอบแตกได้ง่าย อ่านเพิ่มเติม: วิธีประหยัดไฟและลดค่าไฟในบ้าน รับมือปัญหาบ้านร้อน สู้บิลค่าไฟแพง\ อ่านเพิ่มเติม: ศัพท์เรื่องบ้าน: หลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof)\ อ่านเพิ่มเติม: รีวิวติดตั้ง SCG Solar Roof: เปิดแอร์กลางวัน ไม่หวั่นค่าไฟ ลดค่าใช้จ่ายได้จริง\ อ่านเพิ่มเติม: แอร์โซลาร์เซลล์ VS หลังคาโซลาร์เซลล์ บ้านเราเลือกใช้แบบไหนดี\ อ่านเพิ่มเติม: รู้จักแอร์โซลาร์เซลล์ ทางเลือกประหยัดไฟ เหมาะกับบ้านแบบไหน\ อ่านเพิ่มเติม: ถามตอบเรื่องเครื่องปรับอากาศ ฉบับแอร์บ้าน\ บริการติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) คลิก\ เช็กลิสต์ วิธีแก้ปัญหาบ้านร้อนทั้งหลัง | บ้านเก่าเย็นได้ บ้านใหม่ไม่ร้อน คลิกดู VDO\
6 วิธีในการจัดสวนทางทิศตะวันตก ให้สามารถต่อสู้กับแสงแดดอันร้อนแรง พร้อมเทคนิคให้สวนช่วยลดความร้อนและกรองแสงแดดก่อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน เป็นที่รู้กันดีว่าทิศตะวันตกของบ้านนั้นเป็นตำแหน่งที่รับแสงแดดในช่วงบ่ายของวัน ซึ่งเป็นแดดที่แรงและยาวนานถึง 6 ชั่วโมง พอตกเย็นผนังซีเมนต์ในทิศนี้ก็จะเริ่มคายความร้อน ส่งผลให้บริเวณนี้ร้อนอบอ้าวนั่นเอง หนึ่งในวิธีที่จะช่วยลดความร้อนให้กับทิศตะวันตกของบ้าน คือการจัดสวน เพื่อช่วยบังแดด อีกทั้งยังช่วยจับฝุ่นละอองไม่ให้พัดปลิวเข้าสู่ภายในบ้านอีกด้วย แต่การจัดสวนในทิศตะวันตกนั้นก็มีข้อเสียที่ปฏิเสธไม่ได้ คือความร้อนแรงของแสงแดดที่พร้อมจะทำลายต้นไม้อันแสนรัก การเลือกต้นไม้ที่เหมาะสมและการวางระบบน้ำ จึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เรามี 6 วิธีง่ายๆ ในการจัดสวนทิศตะวันตกเพื่อช่วยคลายร้อนให้กับบ้านมาฝากกัน 1.ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา หากบ้านมีระยะห่างของที่ดินจากมุมกำแพงรั้วไปถึงผนังบ้านไม่ต่ำกว่า 3 เมตร การปลูกต้นไม้ใหญ่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพียงแค่เลือกชนิดต้นไม้ที่ชอบหรือไม้มงคลที่นิยมปลูกกัน เช่น ต้นจิกน้ำ ต้นพะยอม ต้นสาละ ต้นอโศกอินเดีย นำมาปลูกในตำแหน่งที่ห่างจากผนังบ้าน และเว้นระยะห่างจากรั้วไม่ต่ำว่า 1 เมตร หากเป็นไม้ล้อมควรติดไม้ค้ำเพื่อพยุงไม่ให้ต้นไม้ล้มจนสร้างความเสียหายให้กับอาคาร และต้องหมั่นคอยตัดแต่งกิ่งอยู่เสมอเพื่อป้องกันไม่ให้กิ่งก้านยื่นออกไปยังบ้านข้างๆ หากที่ดินมีขนาดไม่กว้างมาก ควรเลือกไม้ใหญ่ที่มีใบน้อยและฟอร์มสูง อย่างต้นปาล์ม กล้วยพัด หมากเขียว หลิวจีน หรือต้นหูหนู เป็นต้น Tip: ตำแหน่งที่ปลูกต้นไม้ใหญ่ไม่ควรเป็นทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพราะเป็นทิศที่มีลมพัดผ่าน หากจำเป็นต้องปลูกในตำแหน่งดังกล่าวควรเลือกปลูกต้นไม้ที่มีใบน้อยหรือรูปใบละเอียด เพื่อไม่ให้กิ่งก้านบดบังลมที่จะพัดเข้าสู่ตัวบ้าน ปลูกต้นไม้ใหญ่ ภาพ: การปลูกต้นไม้ใหญ่ ไม่ควรปลูกชิดกันจนเกินไป ควรมีระยะห่างและมีไม้ค้ำเพื่อพยุงลำต้น ป้องกันไม้ล้มในช่วงเริ่มปลูก สนใจบริการออกแบบภูมิทัศน์ สวน คลิก\ 2.ไอน้ำช่วยให้บ้านเย็นสบาย น้ำช่วยดับร้อนในสวนได้ น้ำเพื่อการตกแต่งอย่าง น้ำพุ น้ำตก สระน้ำ ควรจัดวางให้อยู่ในทิศที่ลมพัดผ่านเข้าสู่ตัวบ้าน ไอเย็นๆ จากน้ำจะช่วยให้บ้านเย็นขึ้น หากเป็นสระน้ำ สิ่งที่ควรคำนึงคือความลึกของสระ โดยเฉพาะสระที่อยู่ในทิศตะวันตก หากมีขนาดสั้นและตื้น น้ำจะสะท้อนความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านโดยตรง แต่หากมีความลึกอย่างน้อย 1 เมตร สระน้ำจะเป็นตัวป้องกันความร้อนให้บ้าน โดยดูดความร้อนลงสู่ก้นสระและระเหยเป็นไอเย็นออกมา บ่อปลาก็เช่นเดียวกัน ควรลึก 1.50 เมตร ซึ่งเป็นความลึกที่เหมาะสำหรับเลี้ยงปลาคาร์ปด้วย บ่อน้ำสวนทิศตะวันตก ภาพ: บ่อน้ำในสวนทิศตะวันตก ควรมีความลึกอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำสะท้อนแสงแดดเข้าสู่อาคาร ติดตั้งระบบรดน้ำสปริงเกลอร์แบบพ่นหมอก ภาพ: ติดตั้งระบบรดน้ำสปริงเกลอร์แบบพ่นหมอก ไอน้ำจะช่วยให้สวนเย็นสบาย แต่ก็ต้องระวังเรื่องความชื้น เพราะหากมาเกินไปจะทำให้บ้านเป็นแหล่งเพาะเชื้อรา 3.สร้างรั้วบังแดดแต่รับลม รั้วที่สูงนั้นปิดบังสายตาจากภายนอกได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันก็จะบังลมไม่ให้พัดเข้าสู่ภายในบ้านด้วย ส่วนใหญ่การทำรั้วมักใช้ระแนงร่วมกับกำแพงคอนกรีต วัสดุที่ใช้ทำระแนงก็มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไม้แท้ ไม้สังเคราะห์ เหล็ก แต่หากต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัว ก็สามารถปลูกต้นไม้เพิ่มได้ ซึ่งกำแพงต้นไม้ที่นิยมปลูกได้แก่ ไทรอินโด ไทรเกาหลี ชาฮกเกี้ยน ไผ่ และโมก เป็นต้น ต้นไทรเกาหลี ภาพ: ปลูกต้นไทรเกาหลีบริเวณรั้วบ้าน ช่วยบังสายตาจากภายนอก และยังมีช่องว่างให้ลมพัดเข้าสู่ภายในบ้านด้วย 4.สวนแนวตั้งช่วยบังร้อน หากมีพื้นที่แคบแต่อยากได้พื้นที่สีเขียว คงไม่มีอะไรเหมาะเท่ากับ สวนแนวตั้ง\ สิ่งสำคัญสำหรับสวนแนวตั้งคือ ระบบน้ำ เพราะแสงแดดแรงๆ ในช่วงบ่ายจะส่องกระทบกับต้นไม้โดยตรง จึงควรให้น้ำอย่างน้อยสองครั้งต่อวัน คือ ช่วงเช้าก่อน 8.00 น.และช่วงเย็นหลัง 16.00 น. โดยช่วงเย็นให้รดเพียงชุ่มเท่านั้น ระวังอย่าให้แฉะเพราะจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรครากเน่าได้ สวนแนวตั้ง ภาพ: ใช้สวนแนวตั้งเป็นตัวบังแดดแรงในช่วงบ่าย สามารถเลือกพันธุ์ไม้ที่มีรูปทรงและสีสันแตกต่างกัน มามิกซ์แอนด์แมตช์แต่งสวนแนวตั้งให้มีรูปแบบเฉพาะตัวได้ บริการจัดสวนแนวตั้ง คลิก\ 5.ผนังสีเขียวลดร้อน การสร้างผนังต้นไม้ให้บ้าน นอกจากจะช่วยอำพรางผนังคอนกรีตที่ดูแข็งกระด้างให้สบายตาขึ้นแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความร้อนให้กับบ้านได้ เนื่องจากต้นไม้จะทำหน้าที่บังแดดให้กับผนังบ้าน จึงช่วยลดการสะสมความร้อนในผนัง ส่งผลให้การคายความร้อนที่จะแผ่ออกมาสู่ตัวบ้านในตอนค่ำนั้นลดลงไปด้วย ต้นไม้ที่นิยมปลูกคือ ต้นตีนตุ๊กแก ไม้เลื้อยที่ดูแลง่ายและปลูกได้ทั่วทุกภาคของเมืองไทย แต่ด้วยธรรมชาติของรากต้นไม้คือการยึดเกาะ รากต้นตีนตุ๊กแกจึงมักยึดติดผนังบ้านและทำให้เกิดรอยร้าวในตอนรื้อถอน วิธีป้องกันคือ รองแผ่นตะแกรงลวดอีกชั้นเพื่อให้รากได้เกาะลวดตะแกรงแทนผนังนั่นเอง นอกจากต้นตีนตุ๊กแกแล้ว ยังมีไม้เลื้อยอีกชนิดที่สามารถปลูกให้เลื้อยตามผนังบ้านได้คือ ต้นเหลืองชัชวาล ที่จะออกดอกในช่วงฤดูร้อน ดอกสีเหลืองสดช่วยสร้างสีสันให้ผนังบ้านได้ดีทีเดียว กำแพงต้นไม้ช่วยบังความร้อน ภาพ: กำแพงต้นไม้ช่วยบังความร้อนอีกชั้นก่อนเข้าสู่ตัวบ้าน 6.วัสดุปูพื้นช่วยดูดความร้อน ทางเดินซีเมนต์รอบๆ บ้าน หรือลานจอดรถ จะกักเก็บความร้อนในช่วงบ่าย แล้วค่อยๆ คายความร้อนออกมาในช่วงค่ำ ทำให้บริเวณนั้นมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น เราสามารถเลือกใช้วัสดุอย่างบล็อกปูพื้นที่สามารถกักเก็บน้ำไว้ในขณะที่รดน้ำต้นไม้หรือฝนตก และเมื่อโดนความร้อน น้ำที่ถูกกักเก็บไว้ก็จะค่อยๆ ระเหยขึ้นมาเป็นไอ ช่วยให้บริเวณนั้นเย็นลงได้ถึง 3-5 องศาเลยทีเดียว หรือหากเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กแล้วต้องการวัสดุตกแต่ง ก็สามารถเลือกกระเบื้องคอนกรีตปูพื้นที่มีคุณสมบัติลดความร้อนที่ผิว\เป็นอีกทางเลือก บล็อกปูพื้น SCG รุ่น cool plus ลดพื้นร้อน ภาพ: บล็อกปูพื้น เอสซีจี รุ่น COOL PLUS มีเทคโนโลยีการดูดซึมและกักเก็บน้ำไว้ในก้อนบล็อก ช่วยลดอุณหภูมิของผิววัสดุ และลดการสะท้อนความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน กระเบื้องคอนกรีตปูพื้น SCG รุ่น คอมฟอร์ท ช่วยลดร้อนพื้นภายนอกบ้าน ภาพ: กระเบื้องคอนกรีตปูพื้น SCG รุ่น คอมฟอร์ท ที่มีนวัตกรรมพื้นลดร้อน ด้วย HeatSync Technology ทำหน้าที่ดึงความร้อนออก ช่วยให้ผิวหน้ากระเบื้องมีอุณหภูมิลดลงได้เร็ว จะเห็นได้ว่าการแก้ปัญหาสวนร้อนบ้านร้อนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก และเป็นสิ่งที่สามารถวางแผนได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เริ่มจากขั้นตอนการออกแบบ วางตำแหน่งของอาคารให้สอดคล้องกับทิศทางแดดและลม หากมีการออกแบบที่ดี ปัญหาเรื่องบ้านร้อนก็จะลดลง การจัดสวนก็เช่นกัน หากเลือกตำแหน่งและองค์ประกอบให้ดี สวนก็เป็นส่วนที่ช่วยให้บ้านเย็น สร้างความสดชื่นและน่าอยู่ให้กับบ้านได้ อ่านเพิ่มเติม: 3 วิธีลดร้อนให้บ้านเย็น ด้วยแผงบังแดดจากต้นไม้ และสวนแนวตั้ง\ อ่านเพิ่มเติม: สวนโมเดิร์น ดูแลง่าย ตามสไตล์บ้าน\ อ่านเพิ่มเติม: 5 เหตุผลน่าใช้ บล็อกปูพื้น และกระเบื้องคอนกรีตปูพื้น\ วิธีสั่งซื้อกับ SCG Home ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน กดเลือกสินค้าและจำนวนที่ต้องการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ SCGHOME.COM ชำระเงินตามยอดในรายการสั่งซื้อ เพื่อยืนยันการจัดส่งสินค้า ติดตามสถานะการจัดส่ง สอบถามข้อมูลสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือสั่งสินค้าได้ผ่านทาง: SCGHOME Contact Center: 02-586-1222 หรือ แอดไลน์ @scghome บทความโดย: ทีม Content Creator | SCG HOME ทีม Content Creator จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมสาขาต่าง ๆ มีประสบการณ์ทำงานในวงการออกแบบและก่อสร้าง มีผลงานสร้างสรรค์คอนเทนต์มามากกว่า 10 ปี ในด้านความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง สินค้าและบริการเพื่อบ้าน ผลิตคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบทั้งบทความ ภาพพร้อมคำบรรยาย อินโฟกราฟิก และวีดีโอ ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหนังสือ แผ่นพับ นิทรรศการ จอมอนิเตอร์ ตลอดจนช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และสื่อโซเชียล