ทบทวนความรู้เรื่องแอร์ฉบับเจ้าของบ้าน ผ่านบทสัมภาษณ์วิศวกร เพื่อให้เจ้าของบ้านเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงดูแลรักษาแอร์บ้านให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น คำนวณขนาดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม แอร์ติดผนัง-แอร์แบบแขวน-แอร์แบบ4ทิศทาง >## รู้จักกับเครื่องปรับอากาศฉบับแอร์บ้าน ก่อนเลือกซื้อ >1) ส่วนประกอบหลักๆ ของแอร์ที่เจ้าของบ้านควรรู้มีอะไรบ้าง ? >A: แอร์บ้านทั่วไปจะมีส่วนประกอบหลักอยู่ 4 ส่วน ได้แก่ >1.1) คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ทำหน้าที่ดูดอัดสารทำความเย็น >1.2) คอนเดนเซอร์ (Condenser) หรือเรียกอีกอย่างว่ารังผึ้งคอยล์ร้อน ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากสารทำความเย็น >1.3) แคปทิวบ์ (Capillary Tube) หรือ อิเล็กทรอนิกส์ เอ็กซ์แพนชั่น วาล์ว (Electronic Expansion Valve) หน้าที่ลดความดันของสารทำความเย็น >1.4) อีวาโพเรเตอร์ (Evaporator) หรือเรียกอีกอย่างว่ารังผึ้งคอยล์เย็น ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนความร้อนในห้อง กับสารทำความเย็น แอร์บ้าน >ภาพ: ส่วนประกอบหลักของแอร์บ้านทั่วไป >2) ชุดคอยล์เย็นในแอร์บ้าน มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ? >A: ชุดคอยล์เย็นที่ถามมาประกอบไปด้วย Evaporator หรือรังผึ้งคอยล์เย็น, มอเตอร์พัดลม, โบลเวอร์กรงกระรอก, แผงคอนโทรล, เซนเซอร์, แผ่นฟอก, แผ่นกรอง และบอดี้หรือโครงเครื่อง >3) ลูกค้าซื้อแอร์พร้อมติดตั้ง อุปกรณ์ติดตั้งมาตรฐานที่แถมมีอะไรบ้าง ? >A: สำหรับแอร์ของ Mitsubishi Heavy Duty ชุดติดตั้งมาตรฐานที่มีให้คือ ท่อสารทำความเย็น (ทองแดงพร้อมฉนวน), สายไฟมาตรฐาน มอก., เบรกเกอร์มาตรฐาน, รางครอบท่อ , ขายางรองคอยล์ร้อน, ท่อน้ำทิ้ง PVC ขนาด 3/8” สีเทา ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลจากผู้ขาย หรือดูรายละเอียดในหน้าเว็บไซต์สินค้าได้ >4) Q: แอร์บ้านสามารถเดินท่อสารทำความเย็นได้ยาวสุดกี่เมตร ? >A: แอร์บ้านแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ ระยะท่อสารทำความเย็นที่สามารถเดินได้จะไม่เท่ากัน แต่สำหรับแอร์ Mitsubishi Heavy Duty สามารถเดินท่อสารทำความเย็นได้ยาวสุดถึง 30 ม. ในรุ่นอินเวอร์เตอร์ 24,000 บีทียู (การเดินท่อสารทำความเย็นได้ในระยะไกล จะช่วยในเรื่องตำแหน่งการจัดวางให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น ติดแอร์ห้องหน้าบ้าน แต่อยากเอาคอยล์ร้อนไปซ่อนหลังบ้าน เป็นต้น) แอร์บ้าน >ภาพ: ตัวอย่างการเดินท่อสารทำความเย็นเชื่อมซึ่งเชื่อมกับคอยล์ร้อน >5) คอยล์ทองแดงกับคอยล์อะลูมิเนียมในแอร์บ้าน ต่างกันอย่างไร ? >A: คอยล์ทองแดงกับคอยล์อะลูมิเนียมในที่นี้หมายถึงท่อสารทำความเย็นบริเวณรังผึ้งคอยล์ร้อน ความแตกต่างจะอยู่ที่การดูแลรักษาและอายุการใช้งาน สมมติคอยล์เกิดรั่วและไม่มีอะไหล่ให้เปลี่ยน ถ้าเป็นคอยล์ทองแดง ช่างสามารถซ่อมอุดรอยรั่วด้วยวิธีการเชื่อมตามปกติได้ แต่ถ้าเป็นคอยล์อะลูมิเนียม การซ่อมจะต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษเพราะถ้าใช้ความร้อนไม่เหมาะสมจะยิ่งทำให้คอยล์รั่วหนักกว่าเดิม > >6) แอร์รุ่นธรรมดา (Fix Speed) กับแอร์รุ่นอินเวอร์เตอร์ (Inverter) แตกต่างกันอย่างไร ? >A: แตกต่างกันที่โปรแกรมการทำงานของคอมเพรสเซอร์ เมื่อเริ่มทำงานแอร์อินเวอร์เตอร์จะค่อยๆ เพิ่มความเร็วรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ตามที่ได้โปรแกรมไว้ เมื่ออุณหภูมิภายในห้องใกล้เคียงกับอุณหภูมิที่รีโมท คอมเพรสเซอร์จะค่อยๆ ลดความเร็วรอบการทำงานลงแต่ไม่ถึงกับตัดการทำงาน ช่วยให้ประหยัดไฟและสามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ (เหมาะกับห้องที่ต้องการอุณหภูมิคงที่) โดยระบบจะประมวลผลเองว่าคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานที่ความเร็วรอบเท่าไหร่ ส่วนแอร์รุ่นธรรมดานั้น คอมเพรสเซอร์จะเริ่มต้นทำงานที่ความเร็วรอบสูงสุด จึงทำให้ใช้กระแสไฟฟ้าสูง และเมื่อทำอุณหภูมิภายในห้องต่ำกว่าที่รีโมท 1 องศา คอมเพรสเซอร์จะหยุดทำงานประมาณ 3 - 5นาที และจะเริ่มทำงานใหม่อีกครั้ง ช่วงที่หยุดการทำงานจะทำให้อุณหภูมิภายในห้องสูงขึ้น บางครั้งทำให้รู้สึกร้อน (แอร์ธรรมดาจะราคาถูกและกินไฟมากกว่าแอร์อินเวอร์เตอร์) >7) แอร์รุ่นใดประหยัดไฟ จะสามารถรู้ได้อย่างไร ? >A: สามารถดูได้ที่ฉลากเบอร์ 5 ถ้าแอร์รุ่นใดมีฉลากเบอร์ 5 แปะอยู่ แปลว่าแอร์รุ่นนั้นประหยัดไฟตามมาตรฐานของการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ฉลากเบอร์ 5 ของแอร์รุ่นใหม่ๆ จะมีดาวด้วย ดาวจะมีตั้งแต่ 1ดาว ถึง 3 ดาว ดาวยิ่งเยอะจะยิ่งประหยัดไฟมากขึ้น นอกจากดาวแล้ว อีกค่าที่บ่งบอกถึงความประหยัดไฟคือค่า SEER ที่อยู่บนฉลากเบอร์ 5 ตัวเลขยิ่งมากจะยิ่งประหยัดมาก แอร์ประหยัดไฟ >ภาพ: ตัวอย่างสติกเกอร์ฉลากเบอร์ 5 บนเครื่องแอร์ ที่ระบุประสิทธิภาพการประหยัดไฟระดับ 3 ดาว และค่า SEER ที่ 25.69 บีทียู/ชั่วโมง/วัตต์ >8) ฉลากเบอร์ 5 ที่ว่านี้ รับรองโดยหน่วยงานใด ? >A: ฉลากเบอร์ 5 ที่อยู่บนแอร์ทุกเครื่อง การไฟฟ้าแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้ออกให้ ไม่สามารถจัดทำขึ้นมาเองได้ ถ้ามีบริษัทใดจัดทำขึ้นมาเอง มีความผิดถึงขั้นสั่งปิดโรงงาน >9) น้ำยาแอร์ R32 คืออะไร และมีข้อดีอย่างไร ? >A: ต้องขอชี้แจงก่อนว่า ในอดีตน้ำยาแอร์ที่ใช้กันจะเป็นน้ำยา R22 ซึ่งทำลายโอโซนที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ มีผลทำให้โลกร้อนขึ้น ต่อมาได้เปลี่ยนมาใช้เป็นน้ำยา R410a ซึ่งมีค่าทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศเป็น 0 แต่ค่าที่ทำให้โลกร้อนยังสูงอยู่มาก ปัจจุบันก็เลยเปลี่ยนมาใช้น้ำยา R32 ซึ่งเป็นสารทำความเย็นที่ใช้อยู่ในแอร์รุ่นใหม่ๆ คุณสมบัติจะไม่ทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศและมีค่าที่ทำให้โลกร้อนน้อยมากๆ >10) เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแอร์ตัวไหนใช้น้ำยาอะไร และน้ำยาแอร์สามารถใช้แทนกันได้หรือไม่ ? >A: น้ำยาแอร์จะระบุไว้ที่ Name Plate ของเครื่อง และน้ำยาแอร์ต่างชนิดกันจะไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้ เนื่องจากผู้ผลิตจะออกแบบโครงสร้างขดลวดและซีลยางภายในของคอมเพรสเซอร์มาไม่เหมือนกัน จึงใช้ทดแทนกันไม่ได้ น้ำยาแอร์R32 ภาพ: ข้อมูลบน Name Plate ของเครื่องแอร์ที่ระบุถึงข้อมูลของน้ำยาแอร์ที่ใช้ > >## การเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศ (สำหรับแอร์บ้าน) >11) การเลือกขนาดบีทียูของแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดห้อง จะมีวิธีการเลือกอย่างไร ? >A: การเลือกขนาดของแอร์ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง จะต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ห้องรับแขก คนที่ใช้งานมีหลายคน มีการเปิดทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ อุปกรณ์เหล่านี้จะคายความร้อนอยู่ตลอดเวลา ก็ต้องเลือกบีทียูของแอร์ที่สูงกว่าห้องนอนที่ขนาดเท่ากัน ยกตัวอย่างถ้าในตาราง ระบุว่า 9,000 บีทียู เหมาะกับห้องขนาด 9-12 ตารางเมตร หมายถึง ขนาดแอร์ 9,000 บีทียู เหมาะกับห้องรับแขกที่ขนาด 9-11 ตารางเมตร หรือห้องนอนที่ 11-12 ตารางเมตร เป็นต้น ทั้งนี้ เจ้าของบ้านอาจเช็คเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Mitsubishi Heavy Duty Thailand ที่ลิงค์ https://mitsuheavythai.com/th/calculation.php จะมีโปรแกรมคำนวณตามรายละเอียดการใช้งาน ว่าเป็นห้องประเภทไหน บ้านแบบไหน เช่น บ้านเดี่ยว คอนโด หรืออาคารพาณิชย์ เป็นต้น) ขนาดแอร์ >ภาพ: ตัวอย่างตารางแสดงเกณฑ์การเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศอย่างง่าย >12) ห้องนั่งเล่นที่มีลักษณะเปิดโล่งติดโถงบันได แอร์จะทำงานหนักกว่าห้องทั่วไปหรือไม่ ? >A: แอร์จะทำงานหนักกว่าห้องทั่วไป เนื่องจากพื้นที่เปิดโล่งเปรียบเสมือนการเพิ่มขนาดของห้อง ทำให้แอร์พยายามทำงานให้สัมพันธ์กับขนาดห้อง Btuแอร์ >ภาพ: ตัวอย่างห้องนั่งเล่นติดโถงบันได ซึ่งแอร์จะต้องทำงานหนักกว่าเมื่อเทียบกับห้องนั่งเล่นแบบปิดที่มีขนาดเท่ากัน >13) ห้องที่มีขนาดใหญ่ ควรติดแอร์ตัวเดียวที่มีบีทียูเหมาะสมกับขนาดห้อง หรือติดแอร์ที่มีบีทียูลดลงครึ่งนึง จำนวน 2 ตัว ดี ? >A: สามารถเลือกได้ทั้ง 2 วิธี เพียงแต่ว่าถ้าเป็นกรณีที่ใช้แอร์ 2 ตัว ควรเปิดพร้อมกันทั้งสองตัว ไม่ควรเปิดเพียงตัวเดียวเพราะแอร์จะทำงานหนักจนเกินไป (วิธีนี้จะมีข้อดีถ้าหากแอร์ตัวใดตัวหนึ่งเสีย ก็ยังสามารถใช้แอร์อีกตัวได้) >14) เหตุใดตัวเลขขนาดบีทียูบนฉลากเบอร์ 5 กับตัวเลขที่อยู่ในตารางบีทียู จึงไม่เหมือนกัน เช่น ฉลากเบอร์ 5 ระบุว่า 12,276 บีทียู/ชั่วโมง แต่ในตารางระบุว่า 12,000 บีทียู/ชั่วโมง เป็นต้น ? >A: ตัวเลขที่ระบุบนฉลากเบอร์ 5 ของมิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้ (Mitsubishi Heavy Duty) ได้มาจากการทดสอบโดยการไฟฟ้า ซึ่งตัวเลขบีทียูที่ได้จะเป็นค่าที่ได้จากการทดสอบตามความเป็นจริงจะไม่มีการปัดเศษ ให้เป็นจำนวนเต็ม ในส่วนของตัวเลขที่อยู่ในตารางบีทียู เช่น 9,000 12,000 18,000และ 24,000 เป็นเพียงตัวเลขที่ได้มาจากการคำนวณของอเมริกาที่ใช้เรียกขนาดบีทียูเป็นตัน (1 ตัน = 12,000 บีทียู) >15) ห้องที่มีเพดานสูง 5 เมตร ควรติดแอร์ประเภทใด ? >A: อาจติดแอร์เพดานแบบแขวน แอร์ท่อลม แอร์แบบ 4 ทิศทาง แอร์ตู้ตั้ง หรือแอร์แบบติดผนัง (แต่ต้องติดต่ำลงมา) ที่แนะนำก็เป็นแอร์ประเภทตู้ตั้ง เพราะจะทำความเย็นในบริเวณที่ใช้งานจริงๆ แอร์บ้าน ภาพ: แอร์รูปแบบต่างๆ ได้แก่ แอร์ติดผนัง แอร์แบบแขวน แอร์ตู้ตั้ง แอร์ท่อลม และแอร์แบบ 4 ทิศทาง >## ปัญหาและการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ ฉบับแอร์บ้าน >16) ปัญหาเปิดแอร์แล้วแอร์มีกลิ่นเหม็นอับ เกิดจากสาเหตุอะไร ? >A: อาจเกิดได้จากสาเหตุต่างๆ ดังนี้ >16.1) คอยล์เย็นสกปรก มีเชื้อโรค เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียไปเติบโตในคอยล์ เนื่องจากไม่ได้ล้างแอร์เป็นเวลานาน >16.2) ปลายท่อน้ำทิ้งอยู่ใกล้บริเวณแหล่งน้ำทิ้ง เช่น คลอง หรือท่อระบายน้ำ ส่งผลให้กลิ่นไม่พึงประสงค์บางส่วนถูกดูดเข้ามาขณะแอร์ทำงาน แนะนำให้แก้ไขโดยการย้ายตำแหน่งท่อน้ำทิ้ง >16.3) เกิดกลิ่นจากสิ่งปฏิกูลของสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน >16.4) มีสัตว์เข้าไปตายอยู่ในคอยล์เย็น เช่น หนู จิ้งจก เป็นต้น >เสริม แอร์บางรุ่นมีความสามารถในการลดปัญหากลิ่นอับได้ เช่น แอร์ Mitsubishi Heavy Duty จะมีฟังก์ชั่น Self Clean Operation หรือเรียกสั้นๆ ว่า โหมดคลีน ซึ่งโหมดคลีนจะเริ่มทำงานหลังจากที่เราปิดแอร์แล้ว โดยใบพัดของพัดลมคอยล์เย็นจะทำงานในรอบต่ำ เพื่อไล่ความชื้นในคอยล์เย็นเป็นเวลา 2 ชม. ส่งผลให้คอยล์เย็นไม่มีความชื้น ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นเหม็นอับ (การทำงานในโหมดนี้กินไฟน้อยมาก จึงไม่ต้องกังวลเรื่องค่าไฟ แนะนำให้เปิดใช้โหมดคลีนอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการเกิดกลิ่นเหม็นอับ แต่หากแอร์เริ่มมีกลิ่นแล้วควรล้างแอร์เพื่อทำความสะอาดคอยล์เย็น > >17) ห้องที่มีความชื้นมากจะส่งผลเสียกับแอร์หรือไม่ และการเปิดแอร์จะช่วยกำจัดความชื้นได้ไหม ? >A: ห้องที่มีความชื้นมาก เช่น ห้องนอนที่ติดห้องน้ำ แอร์จะทำงานหนักกว่าห้องปกติ จึงควรปิดประตูห้องน้ำ เพื่อลดภาระการทำงานของแอร์ อย่างไรก็ดี หน้าที่ของแอร์คือ ทำความเย็นและควบคุมความชื้นให้อยู่ในเกณฑ์ที่ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสบายตัว ก็ถือว่าช่วยได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้ สำหรับแอร์บางรุ่น เช่น แอร์ Inverter ของ Mitsubishi Heavy Duty จะมี Humidity Sensor ที่ทำหน้าที่ตรวจจับความชื้นภายในห้อง หากตรวจพบว่าภายในห้องมีความชื้นสูงเกินค่าที่กำหนดไว้ เครื่องจะคำนวณ และปรับการทำงานอัตโนมัติ เพื่อให้ค่าความชื้นลดลงอยู่ในค่าที่กำหนดไว้ เป็นสาเหตุให้บางครั้งผู้ใช้งานไม่สามารถปรับตำแหน่งบานสวิงได้ เนื่องจากแอร์กำลังทำงานอยู่ในกระบวนการการลดความชื้น แอร์บ้าน ภาพ: ห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวจะมีความชื้นสูง แอร์จึงทำงานหนักกว่าห้องนอนปกติที่มีขนาดเท่ากัน ควรปิดประตูห้องน้ำเพื่อลดภาระการทำงานของแอร์ >18) ปัญหาน้ำยาแอร์รั่วเกิดจากสาเหตุใด สามารถแก้ไขได้อย่างไร ? >A: ปัญหาน้ำยาแอร์รั่วเกิดได้ 2 สาเหตุ คือ >18.1) เกิดจากการติดตั้ง โดยมักจะพบการรั่วบริเวณจุดเชื่อมต่อท่อน้ำยาระหว่างคอยล์เย็น และคอยล์ร้อน หรือที่เรียกว่า แฟร์ อาจเกิดได้จากการบานท่อน้ำยาไม่ดี ขันแฟร์ไม่แน่น หรือขันแน่นจนเกินไปส่งผลให้แฟร์แตกและเกิดการรั่วซึม >18.2) เกิดจากสภาพแวดล้อม โดยมักพบปัญหาคอยล์รั่วกับบ้านที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ ในการซ่อม ต้องเช็คหารอยรั่วและแก้ไขให้เรียบร้อยจึงค่อยเติมน้ำยาแอร์ เพราะถ้าเติมน้ำยาโดยที่ไม่ซ่อมจุดรั่ว น้ำยาแอร์ก็จะพร่องอีก >19) เจ้าของบ้านทั่วไป จะรู้ได้อย่างไรว่าเกิดปัญหาน้ำยาแอร์รั่ว ? >A: อาการที่แสดงออกมาคือ แอร์ไม่เย็น และมีน้ำหยด บางเคสอาจมีน้ำแข็งกระเด็นออกมาทางช่องส่งลม >20) ปัญหาแอร์ไม่เย็นและมีน้ำหยด นอกจากน้ำยาแอร์รั่วแล้ว มีสาเหตุอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ? >A: บางครั้งอาการนี้อาจเกิดจากแอร์สกปรกไม่ได้ล้างเป็นเวลานาน หรือมีสิ่งสกปรกไปอุดตันที่บริเวณท่อน้ำทิ้ง ทำให้ระบายได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรืออาจเกิดจากห้องที่มีความชื้นมาก เช่น ร้านเสริมสวย ที่มักจะพบปัญหาน้ำหยดหรือบางครั้งแอร์จะพ่นหมอกหรือไอน้ำออกมา > >21) แอร์มีอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันฝุ่น PM 2.5 หรือไม่ ? >A: ถ้าเป็นแอร์ของMitsubishi Heavy Duty ก็จะมีแผ่นกรอง Nano Carbon Air Filter ซึ่งเป็นแผ่นกรองที่ใช้กรองฝุ่น PM 2.5 เจ้าของบ้านสามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเอง และไม่ต้องกังวลว่า ติดแล้วจะไปขัดขวางแรงลมทำให้เพิ่มภาระการทำงานของแอร์ เพราะจากการทดสอบที่ทุกระดับความเร็วลม พบว่ามีผลเพียงเล็กน้อย ไม่ถึง 5% ซึ่งถือว่าไม่มีผลต่อการใช้งาน แผ่นกรองแอร์pm2.5 >ภาพ: แผ่นกรอง Nano Carbon Air Filter ซึ่งเป็นแผ่นกรองที่ใช้กรองฝุ่น PM2.5 ซึ่งเจ้าของบ้านสามารถนำไปติดตั้งกับแอร์บ้านได้ด้วยตัวเอง >22) เจ้าของบ้านควรดูแลรักษาแอร์อย่างไรบ้าง ? >A: แนะนำให้ใช้บริการช่างล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อให้แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและไม่กินไฟจนเกินไป โดยระหว่างนั้นทุกๆ 1 เดือน แนะนำให้เจ้าของบ้านถอดเฉพาะแผ่นตะแกรงออกมาล้าง เพื่อช่วยลดภาระการทำงานของแอร์ ล้างแอร์บ้าน ภาพ: แผ่นตะแกรงที่เจ้าของบ้านสามารถถอดออกจากแอร์ นำมาล้างได้ด้วยตัวเอง >เลือกขนาดเครื่องปรับอากาศด้วยตัวเอง คลิก\{.button .newtab} {.centered} >ขอบคุณที่มาข้อมูล >ทีมวิศวกรแผนกเทคนิค จาก Mitsubishi Heavy Duty
ปัญหาปั๊มน้ำส่งเสียงทำงานแบบถี่ๆ แบบผิดปกติสามารถแก้ไขเบื้องต้นเองได้ง่ายๆ ใน 5 ขั้นตอน เพียงต้องเข้าใจหลักการการทำงานของปั๊มน้ำ และไม่ลืมที่จะตัดสวิตช์ไฟเสียก่อน >หากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติกับปั๊มน้ำซึ่งส่งเสียงดังถี่ๆ น้ำไหลไม่แรงโดยเฉพาะจุดจ่ายน้ำที่ชั้นบนของบ้าน ปั๊มน้ำตัดบ่อย หรือทำงานแบบกระตุกขณะที่เราเปิดใช้น้ำ มักเกิดกับปั๊มน้ำอัตโนมัติถังความดัน (ปั๊มน้ำถังกลม) ที่มีตัวเครื่องอยู่ด้านบนและมีถังอากาศอยู่ด้านล่าง ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานครั้งแรกน้ำจะเข้าไปแทนที่อากาศในถังด้านล่าง (ประมาณครึ่งถัง) ทำให้อากาศดันน้ำในถังผ่านท่อออกไปยังจุดจ่ายน้ำต่างๆ ในบ้าน >. >## สาเหตุของปั๊มน้ำเดินกระตุก >ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นมักเกิดขึ้นเมื่อใช้งานปั๊มน้ำไประยะหนึ่งแล้วปริมาณความดันอากาศ (Bar) ลดลงเนื่องจากน้ำไหลเข้ามาแทนที่อากาศจนเต็มถัง จึงทำให้ไม่มีแรงดันอากาศในถังที่ช่วยส่งน้ำออกจากถังความดัน มอเตอร์ปั๊มจึงทำงานถี่ๆ นั่นเอง >เครื่องปั๊มน้ำอัตโนมัติถังความดัน >ภาพ: ลักษณะเครื่องปั๊มน้ำอัตโนมัติ ถังความดัน (ปั๊มน้ำถังกลม) >การทำงานของปั๊มน้ำแบบปกติ >ภาพ: ลักษณะการทำงานของปั๊มน้ำแบบปกติที่มีแรงดันอากาศประมาณครึ่งถัง >การทำงานของปั๊มน้ำแบบผิดปกติ >ภาพ: ลักษณะการทำงานของปั๊มน้ำแบบผิดปกติ น้ำเต็มถังความดัน ชุดมอเตอร์ส่งเสียงทำงานดังแบบกระตุกถี่ ๆ >. >## 5 ขั้นตอนแก้ปัญหาปั๊มน้ำเดินกระตุก > 5 ขั้นตอนที่เจ้าของบ้านสามารถลงมือแก้ไขเองได้ โดยทำการไล่น้ำออกจากถังก่อนเพื่อเติมอากาศเข้าไปใหม่ ดังต่อไปนี้ >1. ถอดปลั๊กไฟของปั๊มน้ำ ปิตสวิตช์หรือปลดเบรคเกอร์เพื่อตัดกระแสไฟ >ปิดสวิตช์ปั๊มน้ำ >ภาพ: ปิดสวิตช์ปั๊มน้ำ >. >2. ปิดวาล์วน้ำเข้า หรือวาล์วที่ออกจากถังเก็บน้ำมายังปั๊มน้ำท่อนบน (วาล์ว 2) และปิดวาล์วน้ำออก (วาล์ว 3) ที่ต่อจากปั๊มน้ำท่อนล่างเข้าบ้าน >ตำแหน่งวาล์วน้ำ >ภาพ: ตำแหน่งวาล์วน้ำ >. >3. ใช้เครื่องมือที่มีขนาดเรียวแบน แข็งแรง เช่น ไขควง หรือขากรรไกร เสียบเข้าที่ร่องจุกรูระบายน้ำที่ด้านล่างของถังความดันปั๊มน้ำ หมุนทวนเข็มนาฬิกาเพื่อถ่ายน้ำในถังออก (น้ำจะมีแรงดันเล็กน้อยช่วงหมุนจุกออก จากนั้นจะไหลแบบอ่อนๆ) >หมุนจุกด้านล่างเพื่อระบายน้ำออกจากถัง >ภาพ: หมุนจุกด้านล่างเพื่อระบายน้ำออกจากถังความดัน >. >4. เติมอากาศเข้าถังโดยไขจุกอากาศด้านบนของปั๊มน้ำออกเพื่อให้อากาศเข้าไปในถังความดันใหม่และเพื่อช่วยให้น้ำระบายออกได้เร็วขึ้น (น้ำที่ระบายออกจะไหลแรงขึ้น) รอจนน้ำระบายออกจนน้ำเริ่มไหลเอื่อยลง ปิดจุกระบายน้ำ และจุกเติมอากาศเข้าที่เดิมให้แน่น >ไขจุกด้านบนเพื่อเติมอากาศเข้าถัง >ภาพ: ไขจุกด้านบนเพื่อเติมอากาศเข้าถัง >. >5. เปิดวาล์วน้ำเข้า เปิดเบรคเกอร์ไฟฟ้า แล้วเสียบปลั๊กให้ปั๊มน้ำทำงานสักครู่จนหยุดทำงาน จากนั้นค่อยๆ เปิดวาล์วน้ำออก ให้น้ำไหลเข้าท่อในบ้านตามปกติ >ทดสอบการทำงานของปั๊มโดยเปิดก๊อกหรือจุดจ่ายน้ำในบ้าน จะพบว่าปั๊มกลับมาทำงานปกติโดยปั๊มจะทำงาน และหยุดเป็นจังหวะยาวๆ ไม่ทำงานถี่ๆ หรือเดินกระตุกอีก ถือว่าการไล่น้ำในปั๊มเสร็จเรียบร้อย >ในกรณีที่แก้ไขตามขั้นตอนแล้วปั๊มน้ำยังทำงานไม่ปกติ อาจเกิดจากอุปกรณ์บางตัวเสีย ควรเรียกช่างมาตรวจสอบ และแก้ไขต่อไป ซึ่งอุปกรณ์สำหรับปั๊มน้ำอัตโนมัติถังกลมสามารถหาซื้อได้ง่าย และราคาย่อมเยา >. >ปัญหาจากปั๊มน้ำอาจเกิดได้หลากหลายรูปแบบ แต่หากปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่แรกเรื่องการเลือกใช้ปั๊มน้ำที่มีขนาดและกำลังเหมาะสมกับการใช้งาน ไปจนถึงการเดินระบบประปาที่ถูกต้องตามมาตรฐาน รวมถึงหมั่นสังเกต ตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ และระบบน้ำประปาภายในบ้านอยู่เสมอ ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งาน และลดความเสี่ยงของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ >. >สนใจ บริการติดตั้งหรือเปลี่ยนปั๊มน้ำและแท็งค์น้ำ คลิก\{.button .newtab} {.centered}
บริการถอดแบบกระเบื้องหลังคาบ้านโดยผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้เราเลือกรุ่นกระเบื้องที่เหมาะสมกับหลังคาบ้านของเรา รวมถึงคำนวณกระเบื้องหลังคาและอุปกรณ์หลังคาที่ต้องสั่งซื้อมาใช้ได้ในปริมาณพอเหมาะ >การเลือกและสั่งซื้อกระเบื้องมามุงหลังคาบ้านทั้งหลังนั้น ใครหลายคนอาจคิดว่า ก็แค่เลือกสีและรูปทรงของกระเบื้องหลังคาที่เราชอบ จากนั้นก็ถอดแบบหลังคาเอง โดยดูผังหลังคาแล้วกะคำนวณกระเบื้องหลังคาในจำนวนที่คาดว่าต้องใช้ ก่อนจะสั่งซื้อมาให้ช่างมุง เพียงเท่านี้ก็ได้หลังคาที่สวยงามถูกใจ แฮปปี้ไปตามๆ กัน... แต่ในความเป็นจริง การเลือกและสั่งซื้อกระเบื้องหลังคา มีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจหลายอย่าง หากผิดพลาดอาจเจอปัญหา “หลังคาพาปวดหัว” ได้ ดังนั้น จึงมีผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการถอดแบบหลังคา เพื่อลดปัญหาดังต่อไปนี้ >## ถอดแบบคำนวณกระเบื้องหลังคาเอง...แล้วเลือกรุ่นกระเบื้องไม่เหมาะสม ? >ในการเลือกและถอดแบบคำนวณกระเบื้องหลังคาด้วยตัวเอง บางคนอาจไม่ทราบว่า บ้านของเราอาจเหมาะกับกระเบื้องหลังคาบางประเภทเท่านั้น อย่างกระเบื้องหลังคาแต่ละรุ่น จะมีมาตรฐานการมุงหลังคาที่ความชันแตกต่างกันไป หากเผลอเลือกกระเบื้องที่มีสีและรูปทรงถูกใจ แต่ความชันหลังคาของเราไม่เหมาะกับกระเบื้องรุ่นนั้นๆ อาจทำให้เกิดปัญหารั่วซึม เนื่องจากน้ำฝนถูกพัดเข้าย้อนใต้กระเบื้องได้ >อ่านเพิ่มเติม: กระเบื้องหลังคาแผ่นเรียบกับแบบลอน แบบไหนใช้ดีกว่า องศาหลังคา ความชันหลังคา ถอดแบบหลังคา คำนวณกระเบื้องหลังคา >ภาพ: องศาหลังคาที่เหมาะสมสำหรับกระเบื้องหลังคา SCG แต่ละรุ่น > บริการติดตั้งกระเบื้องหลังคาบ้านใหม่พร้อมถอดแบบ คลิก\{.button .newtab} {.centered} > >## ถอดแบบคำนวณกระเบื้องหลังคาเอง...แล้วจำนวนที่สั่งมาไม่ลงตัวกับหน้างาน >ในการถอดแบบคำนวณกระเบื้องหลังคานั้น หากเรากางผังหลังคาแล้วลงมือคำนวณพื้นที่คร่าวๆ เองโดยกะประมาณกว้างคูณยาวแต่ละตำแหน่งมาบวกกัน จะได้พื้นที่น้อยกว่าความเป็นจริง เนื่องจากหลังคาที่เห็นในผังจะต้องมีความชันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย หากนำตัวเลขที่ว่านี้ไปคำนวณเพื่อซื้อกระเบื้องหลังคา จำนวนกระเบื้องที่ได้มักไม่เพียงพอ รวมถึงการคำนวณกระเบื้องหลังคาแต่ละรุ่นยังมีลักษณะการตัดและการซ้อนทับแตกต่างกันไปที่ต้องคำนึง นอกจากนี้ การคำนวณปริมาณกระเบื้องควรมีการเผื่อสำหรับกรณีที่ต้องตัดกระเบื้องหลังคา หรือกระเบื้องแตกเสียหายหน้างาน และเก็บสำรองสำหรับเปลี่ยนซ่อมแซมในอนาคตด้วย ถอดแบบหลังคา คำนวณกระเบื้องหลังคา >ภาพ: ผังหลังคามีลักษณะ 2 มิติ ซึ่งต้องนำความชันเข้ามาเกี่ยวข้องในการคำนวณกระเบื้องหลังคาที่ต้องใช้ โดยอิงกับรูปด้าน รูปตัด > บริการติดตั้งกระเบื้องหลังคาบ้านใหม่พร้อมถอดแบบ คลิก\{.button .newtab} {.centered} > >## ถอดแบบคำนวณกระเบื้องหลังคาเอง...แล้วจัดสรรอุปกรณ์หลังคาไม่ครบถ้วน >การจะมุงหลังคาได้อย่างสมบูรณ์ จะต้องมีอุปกรณ์หลังคาประกอบมากมาย เฉพาะแค่อุปกรณ์ครอบก็มีทั้งครอบสันหลังคา ครอบจะเข้สัน ครอบปั้นลม ครอบหลังคาชนผนัง ฯลฯ ไปจนถึงอุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องการใช้งาน เช่น แหนบหรือขอยึดกระเบื้องเพื่อความแน่นหนาไม่หลุดเคลื่อน แผ่นปิดรอยต่อกันรั่วซึม กระเบื้องปล่องช่วยระบายความร้อนจากหลังคา แผ่นปิดลอนกระเบื้องและอุปกรณ์ปิดครอบกันสัตว์เล็กลอดเข้าในหลังคา อุปกรณ์เหล่านี้ต้องคำนึงทั้งการเลือกใช้งานอย่างเหมาะสม และปริมาณสั่งซื้อที่พอเหมาะด้วยเช่นกัน อุปกรณ์หลังคา SCG อุปกรณ์มุงหลังคา คำนวณกระเบื้องหลังคา ถอดแบบหลังคา >ภาพ: ตัวอย่างอุปกรณ์ประกอบหลังคา >จะเห็นได้ว่า การถอดแบบหลังคาเพื่อคำนวณกระเบื้องหลังคาและอุปกรณ์ประกอบนั้น มีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย หากเจ้าของบ้านไม่ชำนาญแนะนำให้ใช้บริการถอดแบบกระเบื้องหลังคาโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อที่จะได้ทราบถึงปริมาณและอุปกรณ์ประกอบที่เหมาะสม เผื่อขาดเผื่อเหลือในปริมาณกำลังดี วางแผนจัดสรรงบบประมาณได้แน่ชัด รวมถึงได้ชนิดกระเบื้องและอุปกรณ์ประกอบที่เหมาะกับหลังคาของเรา ให้สามารถใช้งานได้ยาวนานไม่เกิดปัญหาในอนาคต หรืออีกทางเลือกหนึ่งอาจใช้บริการมุงหลังคากับผู้ผลิตกระเบื้องหลังคาที่น่าเชื่อถือซึ่งมีบริการถอดแบบหลังคา พร้อมทีมช่างมุงกระเบื้องหลังคาผู้ชำนาญ เพื่อความสะดวกและมั่นใจ > บริการติดตั้งกระเบื้องหลังคาบ้านใหม่พร้อมถอดแบบ คลิก\{.button .newtab} {.centered}
เล่าที่มาของครัวต่อเติมทรุด รวมถึงปัญหาที่ตามมาหลังจากครัวทรุด ทั้งการแตกร้าวของพื้นผนัง และปัญหาด้านโครงสร้าง > การต่อเติมครัวหลังบ้าน เป็นหนึ่งในการต่อเติมบ้านที่นิยมกันมาก ตามมาด้วย “ครัวต่อเติมทรุด” ที่มักกลายเป็นปัญหายอดนิยมด้วยเช่นกัน ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงที่มาว่าทำไมครัวต่อเติมถึงทรุด และปัญหาที่ตามมาเมื่อครัวทรุดจะมีอะไรได้บ้าง > ครัวต่อเติมทรุดเพราะลงเสาเข็มสั้น > อธิบายกันก่อนว่าพื้นที่ทั่วไปที่ไม่ใช่บริเวณภูเขา ชั้นดินแข็งจะอยู่ลึกลงไปด้านล่าง สำหรับกทม. ปริมณฑล ส่วนใหญ่ชั้นดินแข็งจะอยู่ลึกประมาณ 17-23 ม. ส่วนดินที่อยู่เหนือจากนั้นขึ้นมาจนถึงผิวดินจะเป็นชั้นดินอ่อนซึ่งมีแรงพยุงน้อย การสร้างบ้านทั่วไปจึงต้องลงเสาเข็มให้ลึกไปถึงชั้นดินแข็งเพื่อพยุงบ้านไม่ให้ทรุดตัว การลงเสาเข็มต่อเติมครัวก็เช่นกัน หากไม่ลงลึกถึงชั้นดินแข็ง หรือไม่ได้ลงเสาเข็มเลย เหตุการณ์ครัวต่อเติมทรุดย่อมเกิดขึ้นได้ และมักตามมาซึ่งปัญหาต่างๆ ได้แก่... > ครัวต่อเติมทรุด พื้นผนังแยก แตกร้าว รั่วซึม > การต่อเติมครัวโดยลงเสาเข็มสั้นนั้น หากมีการหล่อพื้น ก่อผนัง ชนกับตัวบ้าน เมื่อครัวต่อเติมทรุด รอยต่อพื้นรวมถึงกระเบื้องพื้นและรอยต่อผนังมักเกิดการแตกร้าว แยกออก จนเกิดเป็นช่องทำให้น้ำรั่วซึมเข้ามาได้ และหากยึดโครงสร้างครัวต่อเติมไว้กับตัวบ้านก็มักจะเกิดการทรุดเอียง เนื่องจากครัวต่อเติมด้านที่ไม่ได้ยึดกับตัวบ้านจะถูกน้ำหนักดึงลงไปอย่างรวดเร็วมากกว่า > ครัวทรุด ครัวต่อเติมทรุด แก้ปัญหาครัวทรุด ต่อเติมครัว ต่อเติมครัวหลังบ้าน ภาพ: (ซ้าย) ส่วนต่อเติมทรุด แยกออกจากตัวบ้านเป็นช่องทางให้น้ำรั่ว รวมถึงฝุ่น แมลงเข้ามารบกวนจากภายนอกได้ และ (ขวา) ครัวต่อเติมทรุดจนกระเบื้องพื้นแตกร้าวและพื้นเอียงจนไม่สามารถปิดประตูได้ > บริการต่อเติมครัวโดยทีมงานมืออาชีพ จาก HomeSmile คลิก\{.button .newtab} {.centered} > โครงสร้างเสียหาย เพราะต่อเติมครัวยึดเข้ากับตัวบ้าน > การต่อเติมครัวโดยยึดโครงสร้างเข้ากับโครงสร้างบ้านเดิมนั้น นอกจากจะเกิดปัญหาการทรุดเอียง พื้นผนังแตกร้าวแล้ว อีกเรื่องสำคัญที่เจ้าของบ้านจะต้องตระหนักคือ โครงสร้างบ้านจะต้องรับภาระน้ำหนักส่วนต่อเติมที่เพิ่มมาโดยไม่ได้ถูกคำนวณไว้แต่แรก และเมื่อครัวต่อเติมทรุด โครงสร้างอาจถูกดึงรั้งกันจนเสียหาย นำมาซึ่งปัญหาอันตรายด้านโครงสร้างได้ในอนาคต > text ครัวทรุด ครัวต่อเติมทรุด แก้ปัญหาครัวทรุด ต่อเติมครัว ต่อเติมครัวหลังบ้าน ลงเสาเข็มต่อเติมครัว เสาเข็มต่อเติมบ้านภาพ: ครัวต่อเติมลงเสาเข็มสั้นยึดกับตัวบ้าน เมื่อครัวทรุดจะดึงรั้งตัวบ้านจนกระทบกับโครงสร้างได้ > ครัวทรุด ครัวต่อเติมทรุด แก้ปัญหาครัวทรุด ต่อเติมครัว ต่อเติมครัวหลังบ้าน ภาพ: รอยร้าวแนวเฉียงบนผนัง เป็นหนึ่งในสัญญาณแสดงปัญหาการทรุดที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้าง ถือเป็นรอยร้าวอันตรายซึ่งควรรีบปรึกษาวิศวกร > แก้ปัญหาครัวต่อเติมทรุดแตกร้าว > รอยแตกร้าวบริเวณพื้น ผนังที่เกิดขึ้น อาจซ่อมแซมเฉพาะจุดโดยใช้วัสดุอุดยาแนวปิดรอยแตก ไปจนถึงทุบรื้อ ทำใหม่บางส่วนหรือทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความเสียหายมากน้อยตามสภาพที่เกิดขึ้น ส่วนกรณีที่โครงสร้างบ้านเสียหายด้วยเพราะโดนส่วนต่อเติมดึงรั้ง ถือว่าอันตราย ควรรีบปรึกษาวิศวกรเพื่อทำการแก้ไขโดยเร็ว ต่อเติมครัวครั้งถัดไป กันไว้ดีกว่าแก้ > การลงเสาเข็มครัวต่อเติมเข็มให้ลึกถึงชั้นดินแข็งเพื่อป้องกันครัวต่อเติมทรุด ถือเป็นเรื่องดี กรณีพื้นที่จำกัดอาจเลือกเสาเข็มไมโครไพล์ซึ่งใช้เครื่องตอกขนาดเล็กและเกิดแรงสั่นสะเทือนน้อยกว่าเสาเข็มเจาะ แม้จะเป็นทางเลือกที่ค่าใช้จ่ายสูง แต่ก็ดูคุ้มค่าในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากเจ้าของบ้านไม่สะดวกจะจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ และยอมรับการทรุดในอนาคตได้ จะต้องปฏิบัติตามหลักการต่อเติมบ้านที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัด นั่นคือ ส่วนต่อเติมกับตัวบ้านจะต้องแยกจากกันทั้งส่วนของวัสดุและโครงสร้าง หมายถึงจะต้องมีเสา คาน อีกชุดสำหรับรองรับส่วนต่อเติมทั้งหมด โดยไม่ไปฝากน้ำหนักไว้กับเสาคานของตัวบ้าน นอกจากนี้วัสดุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พื้น ผนัง ไม่ควรก่อหรือหล่อชนกับตัวบ้าน แต่ให้ใช้วัสดุที่ยืดหยุ่นได้ เช่น โฟมยาง คั่นรอยต่อแทน > เสาเข็มไมโครไพล์ ไมโครไพล์ micropile ลงเสาเข็มต่อเติมครัว เสาเข็มต่อเติมบ้าน ภาพ: การลงเสาเข็มไมโครไพล์ซึ่งใช้เครื่องมือตอกขนาดเล็ก เหมาะกับการต่อเติมบ้านในพื้นที่จำกัด ตัวเสาเข็มยาวท่อนละ 1.5 ม. สามารถตอกต่อกันลึกไปถึงชั้นดินแข็งได้ > ครัวทรุด ครัวต่อเติมทรุด แก้ปัญหาครัวทรุด ต่อเติมครัว ต่อเติมครัวหลังบ้าน ลงเสาเข็มต่อเติมครัว เสาเข็มต่อเติมบ้าน ภาพ: การต่อเติมครัวหรือต่อเติมบ้านแบบลงเสาเข็มสั้นสำหรับรองรับส่วนต่อเติมโดยเฉพาะ ไม่ฝากน้ำหนักไว้กับตัวบ้าน > ทั้งนี้ หลักการที่ว่าจะต้องแยกส่วนต่อเติมกับตัวบ้านนั้น ไม่ได้ใช้เฉพาะกรณีลงเสาเข็มสั้นอย่างเดียว แต่รวมถึงการต่อเติมบ้านโดยลงเสาเข็มลึกถึงชั้นดินแข็งด้วย เผื่อมีการการขยับเขยื้อนของชั้นดินในอนาคต โครงสร้างและฐานรากเสาเข็มของส่วนต่อเติมกับบ้านจะได้ไม่กระทบหรือสร้างความเสียหายซึ่งกันและกัน อีกข้อสำคัญที่จะลืมไม่ได้ คือการต่อเติมครัวหรือต่อเติมบ้านแต่ละครั้งควรเลือกทีมช่าง ผู้รับเหมา ที่มีความชำนาญ ทำงานได้มาตรฐานและต่อเติมอย่างถูกต้องตามหลักการ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาในระยะยาว > แก้ปัญหาครัวทรุด ต่อเติมครัว ต่อเติมครัวหลังบ้าน ลงเสาเข็มต่อเติมครัว เสาเข็มต่อเติมบ้าน ภาพ: ตัวอย่างการต่อเติมบ้านที่มีโครงสร้าง เสา คาน สำหรับรองรับน้ำหนักของส่วนต่อเติมโดยเฉพาะ โดยไม่มีการฝากน้ำหนักส่วนต่อเติมไว้กับตัวบ้าน (ขอบคุณภาพจาก HomeSmile) > บริการต่อเติมครัวโดยทีมงานมืออาชีพ จาก HomeSmile คลิก\{.button .newtab} {.centered} > อ่านเพิ่มเติม: จะต่อเติมครัวหลังบ้าน ลงเสาเข็มอย่างไรดี ?
เลือกเครื่องชงกาแฟไว้ใช้ที่บ้านให้เหมาะสมกับการใช้งาน งบประมาณ และสไตล์การดื่มกาแฟ เครื่องชงกาแฟมีกี่ประเภท ลักษณะต่าง ๆ ข้อดีและข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้ >. >“กาแฟ” เครื่องดื่มยอดนิยมทั่วโลก โดยเฉพาะในบ้านเรา สังเกตได้จากร้านคาเฟ่ที่เปิดกันมากมายและไลฟ์สไตล์ของหลายคนที่มักดื่มทุกเช้าก่อนออกไปทำงานหรือระหว่างวันเพื่อช่วยกระตุ้นให้สดชื่นผ่อนคลาย สำหรับผู้ชื่นชอบหลงไหลถึงขั้นอยากมีมุมกาแฟไว้ที่บ้าน ก็มีเครื่องชงกาแฟให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่แบบใช้งานง่ายสะดวกสบายแต่ยังได้กลิ่นหอมกาแฟและรสชาติที่ถูกใจ ไปจนถึงเครื่องชงกาแฟแบบมืออาชีพระดับบาริสต้าตัวจริง SCGHOME.COM รวบรวมเครื่องชงกาแฟสำหรับไว้ใช้งานที่บ้าน ซึ่งแบ่งได้เป็น 6 ประเภท ได้แก่ เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล (Capsule/Pod Machine), เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่ (Espresso Machine), เครื่องชงกาแฟดริป (Drip Coffee Maker), เครื่องชงกาแฟแบบ French Press, เครื่องชงกาแฟแบบ Moka Pot (หม้อต้มกาแฟ) และเครื่องชงกาแฟแบบ Cold Brew >. >## ประเภทของเครื่องชงกาแฟ >## 1. เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล (Capsule/Pod Machine) >เป็นเครื่องชงกาแฟที่ใช้งานร่วมกับ “แคปซูลกาแฟ” หรือ “พ็อดกาแฟ” ซึ่งเป็นกาแฟคั่วบดสูตรต่าง ๆ ที่บรรจุอยู่ในแคปซูลพลาสติกหรืออะลูมิเนียมขนาดเล็ก เครื่องจะเจาะแคปซูลและฉีดน้ำร้อนแรงดันสูงเข้าไป เพื่อสกัดกาแฟออกมาในเวลาไม่กี่วินาที เหมาะกับคนที่อยากดื่มกาแฟเร็ว ๆ ทุกเช้า ไม่ต้องวุ่นวายกับการชง ออฟฟิศหรือบ้านที่มีหลายคนใช้งาน ต้องการความสะอาดและความสะดวก >ข้อดี >๐ ใช้งานง่ายมาก แค่ใส่แคปซูล ปิดฝา และกดปุ่ม รอไม่ถึง 1 นาที >๐ สะอาด ไม่ต้องเทผงกาแฟ ไม่ต้องแทมป์ หรือล้างหัวชงเหมือนเครื่องเอสเปรสโซ่ >๐ คุณภาพสม่ำเสมอ เพราะปริมาณกาแฟถูกกำหนดมาพอดีในแต่ละแคปซูล >๐ มีรสชาติหลากหลายให้เลือก เช่น เอสเปรสโซ่ ลาเต้ มอคค่า ฯลฯ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ >ข้อจำกัด >๐ ต้นทุนต่อแก้วสูง ราคาแคปซูลมักอยู่ที่ 15–30 บาท/ชิ้น >๐ จำกัดยี่ห้อกาแฟ บางเครื่องใช้ได้เฉพาะแคปซูลของแบรนด์ตนเอง >๐ ไม่สามารถปรับความเข้ม ปริมาณกาแฟ หรือบดเมล็ดเองได้ >๐ มีขยะจากแคปซูล ถึงแม้บางยี่ห้อจะมีโปรแกรมรีไซเคิล >Pod Machine >ภาพ: เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล (Capsule/Pod Machine) >. >## 2. เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่ (Espresso Machine) >เครื่องชงกาแฟที่สกัดกาแฟด้วยแรงดันสูง (โดยทั่วไปคือ 9 บาร์) ผ่านผงกาแฟบดละเอียด เพื่อให้ได้ "เอสเปรสโซ่" ซึ่งเป็นกาแฟที่เข้มข้น มีกลิ่นหอม และมีครีม่า (ฟองกาแฟสีทองด้านบน) เหมาะกับคนที่จริงจังกับการดื่มกาแฟ ชอบลองเมล็ดกาแฟหลายแบบ อยากชงกาแฟแบบบาริสต้า แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ >1) เครื่องชงกึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automatic) เป็นเครื่องที่ร้านกาแฟเลือกใช้ เพราะสามารถควบคุมการชงได้เองอย่างอิสระ ต้องบดเมล็ดเอง กดกาแฟเอง (แทมป์) และกดปุ่มสกัด >2) เครื่องชงอัตโนมัติ (Fully Automatic) ง่ายและสะดวกมาก เพราะเครื่องจะบดกาแฟ อัด และชงให้โดยอัตโนมัติ เพียงแค่เติมเมล็ด น้ำ และนม แล้วกดปุ่ม >3) เครื่องชงซุปเปอร์อัตโนมัติ (Super Automatic) มีฟังก์ชันทุกอย่างในตัว รวมถึงทำฟองนมอัตโนมัติ เหมาะกับคนที่ต้องการความพรีเมียม มีราคาสูง (ราคาเริ่มต้น 30,000 บาท) >ข้อดี >๐ กาแฟคุณภาพสูง รสชาติเหมือนคาเฟ่ >๐ ปรับแต่งรสชาติได้ตามใจ >๐ สามารถใช้กับเมล็ดกาแฟที่คุณชอบได้ทุกยี่ห้อ >๐ ทำฟองนมเองได้ (ลาเต้/คาปูชิโน่) >ข้อจำกัด >๐ ต้องเรียนรู้พื้นฐานการชง (บด–แทมป์–เวลาไหล) >๐ ใช้งานยากกว่าสำหรับมือใหม่ โดยเฉพาะแบบกึ่งอัตโนมัติ >๐ ใช้เวลาในการทำความสะอาด และต้องใส่ใจมากกว่าระบบอื่น >๐ ราคาเครื่องเริ่มต้นที่สูงกว่าระบบอื่น >Espresso Machine >ภาพ: เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่ (Espresso Machine)/เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ >. >## 3. เครื่องชงกาแฟดริป (Drip Coffee Maker) >เป็นอุปกรณ์สำหรับชงกาแฟโดยใช้วิธี “ดริป” หรือ “หยดน้ำร้อนผ่านผงกาแฟ” เพื่อสกัดรสชาติออกมาอย่างช้า ๆ เหมาะสำหรับมือใหม่หัดดื่มกาแฟ ผู้ที่ชอบกาแฟรสชาติละมุน ไม่เข้มจนเกินไป >ข้อดี >๐ ประหยัดเวลา เพราะชงกาแฟดำหลายแก้วในครั้งเดียว >๐ ใช้งานง่าย เพียงใส่น้ำ ผงกาแฟ และกดปุ่ม เครื่องจะทำงานให้อัตโนมัติ >๐ ดูแลง่าย เพียงแค่ล้างโถและที่กรองหลังการใช้งาน >ข้อจำกัด >๐ ไม่สามารถทำเอสเปรสโซหรือนมฟอง >๐ ไม่เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟเข้ม >Drip Coffee >ภาพ: เครื่องชงกาแฟดริป (Drip Coffee Maker) >. >## 4. เครื่องชงกาแฟแบบ French Press >เป็นอุปกรณ์ชงกาแฟแบบแมนนวล โดยใช้น้ำร้อนเทลงบนผงกาแฟในโถแก้ว (หรือสเตนเลส) ทิ้งไว้ให้กาแฟสกัด แล้วใช้แผ่นกรองโลหะกดลงไป เพื่อแยกกากกาแฟออกจากน้ำกาแฟ เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟดำ เข้มข้น ชอบกลิ่นกาแฟธรรมชาติ สายชิลล์/ชงกาแฟตอนเช้า >ข้อดี >๐ ใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า เหมาะกับการใช้งานทุกที่ >๐ ได้รสชาติกาแฟเข้มข้น มี Body เต็ม เนื่องจากไม่มีการกรองด้วยกระดาษ (น้ำมันกาแฟยังอยู่) >๐ ราคาประหยัด เครื่องไม่แพง และไม่ต้องใช้กระดาษกรอง >๐ ควบคุมการสกัดได้เอง เช่น เวลาแช่ ปริมาณกาแฟ อุณหภูมิของน้ำ >๐ เหมาะกับกาแฟบดหยาบ ลดความยุ่งยากในการเตรียมกาแฟ >ข้อจำกัด >๐ อาจมีตะกอนจากกากกาแฟ เพราะใช้แผ่นกรองโลหะแบบหยาบ >๐ ต้องใช้ทักษะเล็กน้อย เช่น บดกาแฟให้เหมาะ ควบคุมเวลาและอุณหภูมิ >๐ ต้องล้างเครื่องทุกครั้งหลังใช้ เพราะจะมีกากกาแฟติดอยู่ในก้นโถและแผ่นกรอง >French Press >ภาพ: เครื่องชงกาแฟแบบ French Press >. >## 5. เครื่องชงกาแฟแบบ Moka Pot (หม้อต้มกาแฟ) >หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “หม้อต้มกาแฟอิตาเลียน” เป็นอุปกรณ์ชงกาแฟแบบแรงดันต่ำที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในประเทศแถบยุโรปและลาตินอเมริกา ใช้หลักการต้มน้ำให้เดือดจนเกิดแรงดันไอน้ำ ดันน้ำผ่านผงกาแฟขึ้นไปยังหม้อบน ทำให้ได้กาแฟที่เข้มข้นกว่ากาแฟดริปหรือ French Press แต่ไม่ถึงขั้นเอสเปรสโซ เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟเข้มในราคาประหยัด >ข้อดี >๐ ให้กาแฟสไตล์เข้มคล้ายเอสเปรสโซโดยไม่ใช้ไฟฟ้า >๐ ราคาย่อมเยา >ข้อจำกัด >๐ ใช้งานยุ่งยากเล็กน้อย เพราะต้องใช้เตาในการต้ม >Moka Pot >ภาพ: เครื่องชงกาแฟแบบ Moka Pot (หม้อต้มกาแฟ) >. >## 6. เครื่องชงกาแฟแบบ Cold Brew >เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อชงกาแฟเย็นโดยเฉพาะ โดยการแช่กาแฟบดหยาบในน้ำเย็นเป็นเวลานาน (ประมาณ 8–24 ชั่วโมง) แทนการใช้น้ำร้อนแบบทั่วไป หลังครบเวลาให้เทแยกน้ำกาแฟออกจากกาก (บางรุ่นมีตัวกรองในตัว) เก็บไว้ในตู้เย็น ดื่มแบบเย็น หรือจะนำไปผสมกับนม น้ำเชื่อม หรือโซดาก็ได้ เหมาะกับผู้ที่ชอบกาแฟเย็นแบบกลมกล่อม ไม่ขม ไม่เปรี้ยว และอยากชงไว้ดื่มหลายวัน >ข้อดี >๐ รสชาตินุ่มนวล กลมกล่อม ไม่ขม ไม่เปรี้ยว >๐ มีกรดต่ำ ดื่มง่าย ไม่ระคายกระเพาะ >๐ ชงครั้งเดียว เก็บไว้ในตู้เย็นดื่มได้หลายวัน (3–5 วัน) >ข้อจำกัด >๐ ใช้เวลาในการชงนานมาก (ต้องรอหลายชั่วโมง) >๐ เหมาะกับการดื่มเย็น ไม่เหมาะถ้าชอบดื่มร้อน >๐ ต้องใช้น้ำสะอาด เพราะไม่มีการต้มฆ่าเชื้อ >Cold Brew >ภาพ: เครื่องชงกาแฟแบบ Cold Brew >. >## สรุปความแตกต่างของเครื่องชงกาแฟ >เครื่องชงกาแฟสำหรับไว้ใช้งานที่บ้าน ทั้ง 6 ประเภท มีความแตกต่างกันที่น่าสนใจ ดังนี้ >ความแตกต่างของเครื่องชงกาแฟ >. >สรุปคือ หากเน้นความสะดวกสบายไม่ยุ่งยาก แนะนำให้ใช้เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล (Capsule/Pod Machine) แต่หากต้องการรสชาติกาแฟเข้มข้น ทำลาเต้/คาปูชิโนได้ แนะนำให้ใช้เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ (Espresso Machine) หากงบไม่มาก แต่ชอบชงเองแบบง่าย ๆ แนะนำให้ใช้เครื่องชงกาแฟ Drip หรือ French Press หรือ Moka Pot ก็ได้ และหากชอบดื่มเย็น รสนุ่ม ไม่ขม ไม่เปรี้ยว แนะนำให้ใช้เครื่องชงกาแฟแบบ Cold Brew >. >นอกจากเครื่องชงกาแฟทั้ง 6 แบบที่เหมาะสำหรับใช้งานในบ้านหรือมือใหม่หัดชงก็ใช้ได้แล้ว ยังมีเครื่องชงกาแฟแบบ Siphonหรือบางคนเรียกว่า vacuum coffee brewer เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบทดลองปรับสูตรเอง เพราะมีเอกลักษณ์ในวิธีชงที่ให้บรรยากาศเหมือนทดลองวิทยาศาสตร์ แต่จะได้กาแฟที่สะอาด นุ่ม และโดดเด่นเรื่องกลิ่น (aromatic intensity) ข้อจำกัดคือค่อนข้างซับซ้อน ต้องควบคุมอุณหภูมิและเวลาอย่างละเอียด เครื่องมีความบอบบางโดยเฉพาะถ้วยแก้วด้านบน และใช้เวลาในการชง 5-10 นาที จึงไม่แนะนำสำหรับมือใหม่ >Siphon >ภาพ: เครื่องชงกาแฟแบบ Siphon >. >สนใจ เครื่องชงกาแฟและอุปกรณ์ คลิก\{.button .newtab} {.centered} >. >. >อ่านเพิ่มเติม: WORK FROM HOME จัดพื้นที่ยังไงให้เวิร์ค >อ่านเพิ่มเติม: วิธีจัดห้องครัวขนาดเล็ก กับ 4 ฟังก์ชั่นครบในพื้นที่จำกัด
ทำบ้านไม้ให้เป็นบ้านเย็นและติดแอร์ได้ไม่เปลืองไฟ แนะนำวิธีปรับปรุงแก้ไขปัญหาเรื่องรอยต่อ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความร้อน รวมถึงป้องกันฝุ่นควันและเสียงที่จะลอดเข้ามาในตัวบ้าน >บ้านไม้สมัยก่อนมักล้อมรอบด้วยสวนร่มรื่น ยามแดดร่มลมตกลมเย็นๆ จะพัดเข้าทางประตูหน้าต่างและตามร่องรอยต่อของไม้ แต่เมื่อวันเวลาล่วงเลยไปหลายแรมปี บรรยากาศบ้านสวนเปลี่ยนเป็นบรรยากาศเมืองที่แออัดพร้อมฝุ่นควันมลพิษ อากาศภายในบ้านเริ่มไม่เย็นสบายดังเดิม พอคิดจะปรับปรุงและติดแอร์ (เครื่องปรับอากาศ) ก็กังวลว่าอากาศไหลออกตามร่องรอยต่อต่างๆ หรือที่เรียกว่า จนแอร์ทำงานหนัก ทำให้สิ้นเปลืองค่าไฟเกินเหตุ เลือกซื้อแอร์ติดผนังประหยัดพลังงาน คลิก >## บ้านไม้ติดแอร์ได้ แต่ควรปิดรอยต่อให้มิดชิด >อย่างที่รู้กันว่ารอยต่อของบ้านไม้จะไม่สนิทมิดชิดเท่าบ้านก่ออิฐฉาบปูน โดยเฉพาะตามร่องระหว่างแผ่นไม้พื้น ไม้ผนัง รวมถึงร่องเกล็ดไม้ระบายอากาศตามบานประตูหน้าต่าง ล้วนเป็นช่องทางให้ลมร้อน ฝุ่นควัน และเสียงรบกวนลอดผ่านเข้าออกได้ตลอด การปรับปรุงบ้านไม้ให้เย็นพร้อมติดแอร์ จึงต้องทำการอุดปิดรอยต่อเหล่านี้ให้มิดชิดที่สุด ทำนองว่าเป็นการปรับปรุงบ้านโดยสร้างห้องว่างที่มีพื้น ผนัง เพดาน ต่อเข้าด้วยกันอย่างแนบสนิท สวมเข้าไปแทนที่ห้องเดิมภายในบ้าน ติดแอร์บ้านไม้ บ้านไม้ติดแอร์ บ้านเย็น >ภาพ: พื้นและผนังบ้านไม้ มักมีร่องรอยต่อให้อากาศ เสียง และฝุ่นควันไหลเข้าออกได้ง่าย ติดแอร์บ้านไม้ บ้านไม้ติดแอร์ บ้านเย็น >ภาพ: พื้นและหน้าต่างบ้านไม้ มักมีร่องรอยต่อให้อากาศ เสียง และฝุ่นควันไหลเข้าออกได้ง่าย >## เช็คสภาพก่อนปรับปรุงและติดแอร์บ้านไม้ >ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง หรือบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ (ชั้นบนสร้างด้วยไม้ ส่วนชั้นล่างเป็นก่ออิฐฉาบปูน) เราควรตรวจเช็คสภาพเสา คาน และโครงสร้างทั้งหมด จะต้องไม่มีรอยแตกร้าว บิดโก่ง รวมถึงสำรวจไม้พื้น ผนัง ประตู หน้าต่างว่า ยังพร้อมใช้งานหรือไม่ หากพบส่วนเสียหายจะต้องซ่อมแซมด้วยการประกบเสริม ดาม หรือเปลี่ยนใหม่ให้ใช้งานได้ดังเดิมก่อนลงมือปรับปรุงบ้านในส่วนของพื้น ผนัง และฝ้าเพดาน >## ปรับปรุงปิดรอยต่อพื้น ก่อนติดแอร์บ้านไม้ >- วิธีแรก ตีแผ่นฝ้าปิดใต้ตงไม้พื้น วิธีนี้เหมาะกับบ้านที่ต้องการคงรูปลักษณ์พื้นไม้ชั้นสองไว้ดังเดิม แม้จะทำให้ฝ้าเพดานชั้นล่างดูต่ำลง ข้อดีอีกอย่างคือหากต้องการลดปัญหาเรื่องเสียงลอดหรือเสียงกระทบพื้นขณะเดิน ก็สามารถปูฉนวนกันเสียงเพิ่มเหนือฝ้า ตามช่องระหว่างตงด้วยได้ ติดแอร์บ้านไม้ บ้านไม้ติดแอร์ บ้านเย็น >ภาพ: การปรับปรุงพื้นเพื่อปิดรอยต่อ โดยใช้แผ่นฝ้าปิดใต้ตงไม้ >- วิธีที่ 2 ใช้วัสดุตกแต่งประเภทไม้พื้นมาติดตั้งทับบนพื้นเดิม กรณีที่พื้นไม้เดิมสภาพดีและได้ระดับ สามารถติดตั้งไม้พื้นตกแต่ง เช่น ไม้พื้นลามิเนต ไม้พื้นไวนิล ไม้พื้น SPC ซึ่งมักมีแผ่นโฟมรองพื้นปรับระดับก่อนปู แต่หากพื้นเดิมไม่ได้ระดับอาจต้องรองด้วย แผ่นพื้นไฟเบอร์ซีเมนต์/ซีเมนต์บอร์ดเพื่อช่วยปรับระดับพื้นให้เรียบก่อน พื้นไม้ลามิเนต ติดตั้ง ติดแอร์บ้านไม้ บ้านไม้ติดแอร์ บ้านเย็น >ภาพ: การปูแผ่นไม้พื้นลามิเนต โดยมีแผ่นโฟมปูทับพื้นเดิมรองอีกชั้นเพื่อปรับประดับ สนใจ วัสดุตกแต่งปูพื้นภายใน พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\{.button .newtab} {.centered} >## ปรับปรุงปิดรอยต่อผนัง ก่อนติดแอร์บ้านไม้ >- ปิดรอยต่อผนัง ตั้งโครงคร่าวผนังซ้อนผนังเดิม ปิดทับด้วยแผ่นยิปซัม หรือไฟเบอร์ซีเมนต์ โดยเว้นช่องสำหรับตำแหน่งที่เป็นประตูหน้าต่าง ยกเว้นบานที่ไม่ต้องการเปิดใช้งานอีกต่อไป (เช่น ต้องการลดจำนวนหน้าต่างทิศตะวันตกซึ่งแดดส่องแรง เป็นต้น) ทั้งนี้ อาจมีการแทรกฉนวนกันความร้อนเพิ่มในช่องระหว่างโครงคร่าวเพื่อช่วยลดความร้อนที่จะเข้าสู่ผนังบ้านด้วยก็ได้ >- ปิดรอยต่อประตูหน้าต่าง หน้าต่างที่ปราศจากบังใบ อากาศจะรั่วไหลออกง่าย ควรเปลี่ยนมาใช้แบบมีบังใบ(หรือนำชิ้นไม้มาติดเสริมแทนบังใบ) พร้อมเสริมเส้นยางปิดช่องว่างตลอดแนววงกบ อีกทางเลือกคือใช้เทปกันเสียง (Noise Zeal) ปิดขอบบานหน้าต่างก็ได้ กรณีต้องการปิดรอยต่อให้มิดชิดแน่นหนาขึ้น อาจเปลี่ยนมาใช้ชุดประตูหน้าต่างที่เป็นกรอบวงกบ UPVC แทนจะสามารถป้องกันการรั่วไหลของอากาศได้ดีกว่าชุดประตูหน้าต่างไม้แบบเดิม ติดแอร์บ้านไม้ บ้านไม้ติดแอร์ บ้านเย็น ปรับปรุงบ้าน ปรับปรุงผนัง บ้านเย็น ฉนวนกันความร้อน >ภาพ: การปรับปรุงผนังและหน้าต่าง เพื่อปิดรอยต่อ ป้องกันอากาศไหล สนใจประตู หน้าต่าง พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\{.button .newtab} {.centered} ติดแอร์บ้านไม้ บ้านไม้ติดแอร์ บ้านเย็น ฉนวนกันความร้อน ผนัง เทปกันเสียง >ภาพ: ตัวอย่างฉนวนกันความร้อนสำหรับผนัง (บน) และ เทปกันเสียงสำหรับติดประตูหน้าต่าง (ล่าง) >## ปรับปรุงปิดรอยต่อฝ้าเพดาน ก่อนติดแอร์บ้านไม้ >ขอเน้นย้ำว่าความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้านนั้นส่วนใหญ่มาจาก “หลังคา” ดังนั้น การป้องกันความร้อนจากหลังคาไม่ให้ทะลุผ่านฝ้าเพดานได้จะช่วยลดอุณหภูมิในบ้านได้มาก หากบ้านไม้ที่อาศัยอยู่ไม่มีฝ้าเพดานควรติดตั้งฝ้ายิปซัม หรือไฟเบอร์ซีเมนต์ แบบฉาบเรียบ พร้อมติดตั้งฉนวนกันความร้อนเหนือฝ้าเพดาน (กรณีมีฝ้าอยู่แต่จะติดฉนวนเพิ่ม ให้ตรวจเช็คสภาพโครงคร่าวโดยเสริม/ปรับปรุงให้แข็งแรงเหมาะสม) สนใจ ฝ้าภายใน พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\{.button .newtab} {.centered} ติดแอร์บ้านไม้ บ้านไม้ติดแอร์ บ้านเย็น ฉนวนกันความร้อน เพดาน stay cool >ภาพ: การติดตั้งฝ้าเพดานพร้อมฉนวนกันความร้อน ช่วยป้องกันความร้อนจากหลังคา ทำให้บ้านเย็นขึ้น สนใจ ฉนวนกันความร้อน STAYCOOL พร้อมบริการติดตั้ง คลิก\{.button .newtab} {.centered} >สรุปแล้ว บ้านไม้ที่เคยอยู่อาศัยกันมาแต่อดีต ก็สามารถเปลี่ยนเป็นบ้านไม้ติดแอร์เย็นสบายได้ เพียงแต่ว่า ก่อนที่จะติดแอร์บ้านไม้นั้นจะต้องปรับปรุงปิดรอยต่อให้มิดชิด เพื่อป้องกันอากาศไหลเข้าออกให้ (อาจเสริมฉนวนกันความร้อนให้บ้านเย็นขึ้นในตัว) ทั้งนี้ ในการปรับปรุงจะต้องคำนึงเรื่องความแข็งแรงของพื้น ผนัง ฝ้า ตำแหน่งติดตั้งแอร์และคอยล์ร้อนซึ่งต้องรับน้ำหนักเยอะ รวมถึงระบบไฟฟ้าที่จะรองรับการทำงานของแอร์ด้วย จึงแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องโครงสร้างและระบบไฟฟ้า ก่อนตัดสินใจลงมือปรับปรุงบ้าน สนใจสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง บริการออกแบบ ให้คำปรึกษา คลิก\{.button .newtab} {.centered}
รู้จักการทำงานของระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ หรือที่เรียกว่า โซลาร์รูฟ (Solar Roof) รวมถึงความแตกต่างของระบบ 3 รูปแบบ ที่ใช้กันในปัจจุบันสำหรับบ้าน อาคารและโรงงาน >ระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ หรือ โซลาร์รูฟ (Solar Roof) กลายเป็นอีกทางเลือกสำคัญสำหรับกระแสรักษ์โลก บ้านประหยัดพลังงาน และการใช้พลังงานสะอาด ด้วยการนำแผงโซลาร์เซลล์ไปติดตั้งบนหลังคา หลักการทำงานของระบบโซลาร์รูฟคือ เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ตกกระทบแผงโซลาร์เซลล์ พลังงานไฟฟ้าที่ได้จะเป็นกระแสตรง จากนั้นจึงส่งต่อไปยังอินเวอร์เตอร์ สำหรับแปลงพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงเป็นกระแสสลับ เพื่อให้สามารถนำมาใช้กับเครื่องไฟฟ้าภายในบ้าน หรือจัดเก็บในแบตเตอรี่เพื่อใช้งานต่อไปได้ทั้งนี้ ระบบโซลาร์รูฟที่มักใช้กันในปัจจุบัน มี 3 ระบบ ได้แก่ ระบบออฟกริด ระบบออนกริด และระบบไฮบริด คำนวณขนาดระบบโซลาร์เซลล์ Solar Roof หมายเหตุ: เป็นเพียงการคำนวณขนาดระบบโซลาร์เซลล์ Solar Roof เบื้องต้นเท่านั้น > >## หลังคาโซลาร์เซลล์ Solar Roof ระบบออฟกริด (Off-Grid System) > >โซลาร์เซลล์ระบบออฟกริดจะไม่เชื่อมต่อกับการไฟฟ้า (หรือเรียกว่าเป็นระบบ Stand Alone) จึงไม่ต้องขออนุญาตจากการไฟฟ้า เน้นการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในช่วงกลางวันเป็นหลัก โดยพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากโซลาร์เซลล์จะผ่านอินเวอร์เตอร์ (อุปกรณ์แปลงไฟ) เปลี่ยนไฟฟ้ากระแสตรงให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับสำหรับใช้งานในบ้านตอนกลางวัน แต่หากต้องการใช้งานตอนกลางคืนด้วยจะต้องเลือกแบบที่มีแบตเตอรี่สำรอง ซึ่งแบบเตอรี่ที่ว่านี้มีราคาค่อนข้างสูง จึงเหมาะจะลงทุนในสถานที่ที่ไฟจากการไฟฟ้าไปไม่ถึง เช่น พื้นที่ห่างไกล บนดอยสูง เป็นต้น หลังคาโซล่าเซลล์ ติดตั้งโซล่าเซลล์ scg โซล่าเซลล์ โซล่าร์เซลล์ Solar Roof โซล่ารูฟ Solar rooftop บ้าน โซล่าเซลล์ รูฟท็อป โซลาร์เซลล์ออฟกริด โซลาร์เซลล์ off grid >ภาพ: หลักการทำงานคร่าวๆ ของหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) ระบบออฟกริด (Off-Grid System) > สนใจ ติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี พร้อมบริการครบวงจร คลิก\{.button .newtab} {.centered} > >## หลังคาโซลาร์เซลล์ Solar Roof ระบบออนกริด (On-Grid System) >สำหรับระบบโซลาร์เซลล์ออนกริดนี้ ไฟฟ้าที่ได้จากโซลาร์เซลล์จะมีการเชื่อมต่อกับระบบของการไฟฟ้า ซึ่งก่อนติดตั้งจะต้องขออนุญาตจากภาครัฐก่อนถึง 3 หน่วยงาน คือ 1) เขตหรือเทศบาล 2) การไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และ 3) คณะกรรมการกองกำกับกิจการพลังงาน โดยไฟฟ้าที่โซลาร์เซลล์ผลิตได้จากแสงแดดในเวลากลางวันจะถูกนำมาใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านก่อน หากไม่พอ ระบบจึงค่อยไปดึงกระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้ามาใช้ (ขณะเดียวกัน หากผลิตไฟฟ้าเยอะเกินกว่าที่ใช้ อาจขายคืนการไฟฟ้าได้ตามเงื่อนไขของทางรัฐบาลในแต่ละช่วงเวลา) ทั้งนี้ระบบ On-Grid จะไม่สามารถสำรองไฟไว้ใช้ตอนกลางคืนได้ จึงเหมาะกับบ้าน หรือโรงงาน/อาคาร ที่ใช้ไฟฟ้าเยอะในช่วงกลางวัน >ในปัจจุบันระบบโซลาร์เซลล์ออนกริด (On Grid) เป็นระบบที่นิยมใช้มากที่สุดเนื่องจากจุดคุ้มทุนเร็ว นับเป็นข้อดีเมื่อเทียบกับอีก 2 ระบบ คือระบบออฟกริดและระบบไฮบริด ซึ่งต้องมีแบตเตอรี่สำหรับกักเก็บไฟทำให้ต้นทุนสูง จุดคุ้มทุนจึงนานกว่าระบบออนกริดมาก หลังคาโซล่าเซลล์ ติดตั้งโซล่าเซลล์ scg โซล่าเซลล์ โซล่าร์เซลล์ Solar Roof โซล่ารูฟ คือ Solar rooftop บ้าน โซล่าเซลล์ รูฟท็อป โซลาร์เซลล์ออนกริด โซลาร์เซลล์ on grid >ภาพ: หลักการทำงานคร่าวๆ ของหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) ระบบออนกริด (On-Grid System) > สนใจ ติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี พร้อมบริการครบวงจร คลิก\{.button .newtab} {.centered} > >## หลังคาโซลาร์เซลล์ Solar Roof ระบบไฮบริด (Hybrid System) >เป็นระบบลูกผสมระหว่างระบบโซลาร์เซลล์ออนกริดกับออฟกริด โดยไฟฟ้าที่โซลาร์เซลล์ผลิตได้ในเวลากลางวันจะถูกนำมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านก่อน หากเหลือจะถูกเก็บในแบตเตอรี่เพื่อสำรองไฟไว้ใช้งานในเวลากลางคืน ก่อนติดตั้งจะต้องขออนุญาตจากภาครัฐก่อนเช่นเดียวกันกับระบบออนกริด ถือเป็นระบบที่ใช้บริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าภายในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และดูเหมือนจะตอบโจทย์สำหรับเจ้าของบ้านหลายท่าน แต่เนื่องจากระบบสำรองไฟหรือแบตเตอรี่ยังมีราคาค่อนข้างสูง (เช่นเดียวกับระบบออฟกริด) จึงยังดูไม่คุ้มค่ากับการลงทุนทำให้ไม่เป็นที่นิยมนัก หลังคาโซล่าเซลล์ ติดตั้งโซล่าเซลล์ scg โซล่าเซลล์ โซล่าร์เซลล์ Solar Roof โซล่ารูฟ คือ Solar rooftop บ้าน โซล่าเซลล์ รูฟท็อป โซลาร์เซลล์ไฮบริด โซลาร์เซลล์ hybrid >ภาพ: หลักการทำงานคร่าวๆ ของหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) ระบบไฮบริด (Hybrid System) > สนใจ ติดตั้งระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี พร้อมบริการครบวงจร คลิก\{.button .newtab} {.centered} > หลังคาโซล่าเซลล์ ติดตั้งโซล่าเซลล์ scg โซล่าเซลล์ โซล่าร์เซลล์ Solar Roof โซล่ารูฟ คือ Solar rooftop บ้าน โซล่าเซลล์ รูฟท็อป โซลาร์เซลล์ออนกริด โซลาร์เซลล์ on grid >ภาพ: ตารางเปรียบเทียบการใช้งานหลังคาโซลาร์เซลล์ (Solar Roof) ระบบต่างๆ > อ่านเพิ่มเติม: 13 ถามบ่อย ระบบหลังคาโซลาร์ เอสซีจี (SCG Solar Roof) > อ่านเพิ่มเติม: รีวิว: ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์ SCG Solar Roof เปิดแอร์กลางวัน ไม่หวั่นค่าไฟ
แนะนำไอเดียสปอยล์นอกบ้าน หรือปรับปรุงตกแต่งภายนอกบ้านให้ตอบโจทย์ ทั้งการต่อเติมหลังคา ติดตั้งรางน้ำฝน ต่อเติมรั้วระแนง แผงบังตา ไปจนถึงการทำพื้นระเบียงไม้เทียมเพิ่มพื้นที่ใช้สอย พร้อมแนวทางเลือกวัสดุเบื้องต้น 1) ต่อเติมหลังคาโรงรถกันสาด > อาจเป็นการต่อเติมหลังคาเพื่อให้ร่มเงาสำหรับพื้นที่ใช้สอย เช่น ที่จอดรถ พื้นที่นั่งเล่น พื้นที่ซักล้าง หรือต่อเติมหลังคากันสาดกันแดดฝนเหนือประตูหน้าต่าง วัสดุให้เลือกใช้มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหลังคาทึบแสงซึ่งมีหลายสีให้เลือกอย่างหลังคาเมทัลชีท วัสดุโลหะ สามารถติดตั้งฉนวนกันร้อนกันเสียงเพิ่มเติมได้ หรือจะเป็นหลังคา uPVC ซึ่งรูปลอนใกล้เคียงเมทัลชีท แต่เสียงดังน้อยกว่าเวลาฝนตก ส่วนหลังคา PVC มีข้อดีคือติดตั้งง่าย มีลิ้นเข้าล็อกระหว่างแผ่น แต่อาจมีสีให้เลือกน้อย > สำหรับบ้านที่ต้องการหลังคาโปร่งแสงเพื่อให้พื้นที่ใต้หลังคาดูไม่มืดทึบมาก ก็มีตัวเลือกตั้งแต่ หลังคาอะคริลิก ที่ให้ลุคใสคล้ายกระจก หลังคาโพลีคาร์บอเนตที่มีลักษณะเป็นแผ่นลูกฟูก ดัดโค้งได้ หรือจะเป็นหลังคาไฟเบอร์กลาส ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบแผ่นเรียบและแผ่นลอน > Singleimage ปรับปรุงภายนอกบ้าน หลังคาโปร่งแสง อะคริลิก โพลีคาร์บอเนต หลังคาไฟเบอร์กลาส ภาพ: ตัวอย่างหลังคาโปร่งแสงอะคริลิก (ซ้ายบน) โพลีคาร์บอเนต (ขวา) และ uPVC (ซ้ายล่าง) > อ่านเพิ่มเติม: วัสดุต่อเติมหลังคาโรงรถ ทำกันสาด มีอะไรบ้าง ?\{.newtab} > รวมบริการติดตั้งหลังคาโรงรถกันสาด รางน้ำฝน รั้วระแนง พื้นไม้เทียม คลิก\{.button .newtab} {.centered} > 2) ติดตั้งรางน้ำฝน > เพื่อให้น้ำฝนบริเวณชายคาถ่ายเทไปยังรางและท่ออย่างเป็นระเบียบ ไม่ไหลลงมาทำลายสวนและหน้าดินเสียหาย เกิดน้ำกระเซ็นจากพื้นดินหรือพื้นทรายเปรอะเปื้อน รวมถึงป้องกันปัญหาน้ำฝนจากหลังคากระเด็นข้ามไปรบกวนเพื่อนบ้าน > รางน้ำฝนมีทั้งวัสดุโลหะและวัสดุสังเคราะห์อื่นๆ อย่าง รางน้ำฝนไฟเบอร์กลาส ซึ่งมีทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบสั่งผลิตตามความยาวที่ต้องการ เชื่อมรอยต่อเป็นเนื้อเดียวกันด้วยน้ำยาเชื่อมไฟเบอร์กับเส้นใยไฟเบอร์ ทำให้ท้องรางเป็นเนื้อเดียวกัน เนื้อวัสดุสั่งทำสีได้ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต รางน้ำฝน PVC ผลิตจาก PVC คุณภาพสูง ทนต่อสภาพอากาศ น้ำหนักเบา มีสีในเนื้อวัสดุซึ่งในท้องตลาดจะเป็นสีฟ้าและสีเทา ผลิตเป็นท่อนสำเร็จรูปจากโรงงาน ติดตั้งแบบลอยตัวยึดด้วยขอแขวน เชื่อมต่อด้วยน้ำยาประสานท่อ รางน้ำฝนไวนิล มีความทนทานสูง ผลิตสำเร็จรูปจากโรงงานพร้อมชิ้นส่วนเชื่อมต่อ และอุปกรณ์ติดตั้งเบ็ดเสร็จ สามารถซ่อนตะขอยึดรางน้ำได้ เนื้อวัสดุสีขาว เทา หรือน้ำตาล บางรุ่นมีอุปกรณ์เสริม เช่น ตะแกรงปิดกันใบไม้ โซ่ระบายน้ำ > Singleimage ติดตั้งรางน้ำฝนไฟเบอร์กลาส PVC ไวนิล ภาพ: ตัวอย่างรางน้ำฝนไฟเบอร์กลาส (ซ้ายบน) PVC (ซ้ายล่าง) และไวนิล (ขวา) > อ่านเพิ่มเติม: รางน้ำฝนมีแบบไหนบ้าง เลือกอย่างไรให้สวยทน\{.newtab} > รวมบริการติดตั้งหลังคาโรงรถกันสาด รางน้ำฝน รั้วระแนง พื้นไม้เทียม คลิก\{.button .newtab} {.centered} > 3) ต่อเติมรั้วระแนง แผงบังตา > ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งแผงระแนง เพื่อช่วยกรองแสง บังแดด รวมถึงการต่อเติมรั้วระแนงให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว และรู้สึกปลอดภัย > สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการแผงระแนงลุคธรรมชาติแต่ดูแลรักษาง่าย อาจเลือกใช้เป็นไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ ซึ่งผลิตจากเส้นใยไม้ผสมซีเมนต์ ทาสีทับได้ หรือหากเจ้าของบ้านต้องการวัสดุที่มีสีในตัว ไม่ต้องกังวลเรื่องสีลอก อาจใช้เป็นหรือไม้เทียม Plastwood หรือ ระแนงไวนิล ทั้งยังตอบโจทย์เรื่องการเก็บงานที่เรียบร้อย เพราะสามารถเลือกใช้แบบที่ติดตั้งด้วยคลิปล็อก จึงไม่มีรอยหัวสกรูให้เห็น > Singleimage ปรับปรุงภายนอกบ้าน รั้วระแนง Plastwood ไฟเบอร์ซีเมนต์ ไวนิล ภาพ: ตัวอย่างรั้วระแนง Plastwood (ซ้ายบน) ไฟเบอร์ซีเมนต์ (ขวาบน) และไวนิล (ล่าง) > อ่านเพิ่มเติม: ตกแต่งภายนอกบ้านให้สวย...ด้วยระแนงไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์\{.newtab} > รวมบริการติดตั้งหลังคาโรงรถกันสาด รางน้ำฝน รั้วระแนง พื้นไม้เทียม คลิก\{.button .newtab} {.centered} > 4) ทำระเบียงพื้นไม้เทียม > ใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่น หรือพื้นที่อเนกประสงค์ ไม้เทียมมีผิวลายเสี้ยนไม้ให้ลุคธรรมชาติคล้ายไม้จริง แต่ดูแลรักษาง่ายกว่า ทนสภาพอากาศ ทนชื้น ไม่เป็นอาหารปลวก หากเน้นความสวยงามและดูแลรักษาง่ายขึ้น แนะนำให้เลือกไม้เทียมแบบทำสีสำเร็จจากโรงงาน สีจะติดทนนานกว่าแบบทาสีทับเอง รวมถึงเลือกแบบที่ติดตั้งด้วย คลิปล็อกเพื่อซ่อนหัวสกรู โดยเจ้าของบ้านสามารถเลือกใช้เป็นไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ (เส้นใยไม้ผสมซีเมนต์) หรือไม้เทียม WPC (เส้นใยไม้ผสมพลาสติก) ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่า และมีแบบลายเซาะร่องให้เลือกด้วย > Singleimage ทำระเบียงนอกบ้าน พื้นไม้เทียม WPC ภาพ: ตัวอย่างพื้นไม้เทียม WPC > Singleimage ทำระเบียงนอกบ้าน พื้นไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ ภาพ: ตัวอย่างพื้นไม้เทียมไฟเบอร์ซีเมนต์ > อ่านเพิ่มเติม: พื้นระเบียงบ้าน ใช้ไม้อะไรดี\{.newtab} > รวมบริการติดตั้งหลังคาโรงรถกันสาด รางน้ำฝน รั้วระแนง พื้นไม้เทียม คลิก\{.button .newtab} {.centered} > จะเห็นว่าการปรับปรุงภายนอกบ้าน ทั้งต่อเติมหลังคา หลังคากันสาดเพื่อกันแดดกันฝน การติดตั้งรางน้ำฝนเพื่อจัดการน้ำฝนให้ไหลเป็นที่เป็นทาง การเพิ่มร่มเงาหรือความเป็นส่วนตัวด้วยรั้วระแนง การทำต่อเติมระเบียงพื้นไม้เทียม การปรับปรุงภายนอกบ้านเหล่านี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้กับบ้านแล้ว ยังช่วยเปลี่ยนบรรยากาศและสร้างความสวยงามได้ด้วย ทั้งนี้ก่อนจะตัดสินใจติดตั้งวัสดุใดๆ เจ้าของบ้านควรศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติให้ละเอียด เพื่อให้สามารถเลือกวัสดุที่ตรงใจทั้งรูปแบบและการใช้งานระยะยาว
รวมถามตอบ แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส เอสซีจี มีคุณสมบัติเด่นแตกต่างจากของทั่วไปอย่างไร อายุการใช้งาน รวมถึงการนำไปใช้งานนอกเหนือจากหลังคาหรือกันสาด >. >---------------------------------------------------------------- >### สารบัญบทความ >1) “แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส” โดยทั่วไปเป็นอย่างไร? >2) แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส เอสซีจี มีคุณสมบัติแตกต่างจากทั่วไปอย่างไร? >3) แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส เอสซีจี มีรุ่นอะไรบ้าง? >4) สีที่แตกต่างกันจะมีปริมาณแสงที่ผ่านลงมาได้เท่ากันหรือไม่? >5) แสงที่ส่องผ่านลงมาได้จะทำให้ร้อนมากมั้ย? >6) อายุการใช้งานนานแค่ไหน หมดอายุแล้วจะมีลักษณะอย่างไร? >7) หากสีเปลี่ยนหรือหม่นลง สามารถทาสีทับได้มั้ย? >8) ใช้งานอย่างอื่นนอกเหนือจากการต่อเติมหลังคาหรือกันสาดได้หรือไม่? >---------------------------------------------------------------- >. >## 1) “แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส” โดยทั่วไปเป็นอย่างไร? >เป็นวัสดุ Fiberglass Reinforced Plastic มักผลิตจากพลาสติกโพลีเอสเตอร์หรือเรซิน เสริมด้วยเส้นใยแก้วเพื่อเพิ่มความแข็งแรง เหมาะสำหรับใช้เป็นวัสดุหลังคาที่ต้องการให้แสงธรรมชาติส่องผ่าน โดยไม่ต้องพึ่งแสงไฟฟ้าในเวลากลางวัน น้ำหนักเบาช่วยลดภาระของโครงสร้างและติดตั้งง่าย ทนสารเคมีและความชื้นจึงเหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรม ราคาถูกกว่าวัสดุโปร่งแสงประเภทโพลีคาร์บอเนตและอะคริลิก จึงได้รับความนิยมทั้ง โรงงาน โกดังเก็บของ โรงเรือนเพาะชำ หรือกันสาดหน้าบ้าน >ข้อจำกัด คือ อาจเสื่อมสภาพเมื่อใช้งานกลางแจ้งนานเกิน 5–10 ปี หากไม่มีสารเคลือบ UV อาจเกิดอาการเหลืองหรือแตกร้าว มีความโปร่งแสงแต่ไม่ใสชัดเท่าวัสดุอย่างโพลีคาร์บอเนตหรืออะคริลิก เมื่อสังเกตที่ผิวและเนื้อของแผ่นจะเห็นเส้นใยแก้ว จึงทำให้แผ่นมีลักษณะขุ่น >แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสให้แสงธรรมชาติส่องผ่านลงมาได้ >ภาพ: แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสให้แสงธรรมชาติส่องผ่านลงมาได้ >. >## 2) แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส เอสซีจี มีคุณสมบัติแตกต่างจากทั่วไปอย่างไร? >แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส เอสซีจี ผลิตจากโพลีเอสเตอร์เรซินชนิดพิเศษ ผ่านกระบวนการผสมสารเคมีเพิ่มความแข็งแรงด้วยไฟเบอร์กลาสคุณภาพสูง ขึ้นรูปลอนตามรูปแบบของแต่ละรุ่น ได้แก่ แผ่นเรียบ ลอนกันสาด ลอนคู่ ลอนพรีม่า ลอนเมทัลชีท ลอนบานเกล็ด แผ่นตกแต่งฟาซาด มีคุณสมบัติโดดเด่นแตกต่างจากแผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสทั่วไป คือ ป้องกันรังสี UV, กันความร้อนได้ดีกว่า, ทนต่อสภาพอากาศ และมีอายุการใช้งานยาวนาน >๐ ป้องกันรังสี UV >ด้วยแผ่นฟิล์มคุณภาพสูงปิดผิวทั้ง 2 ด้านที่ป้องกันเรื่องขุ่นมัวและไม่ให้แผ่นโปร่งแสงแตกลายงา ผสมเรซินที่มีคุณสมบัติพิเศษทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตได้สูงสุดถึง 99% >๐ กันความร้อนได้ดีกว่า >แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี รุ่นฮีทชิลด์ (Heat Shield Protection Technology) เพิ่มนวัตกรรมใส่สารป้องกันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถกันความร้อนได้ดีกว่าวัสดุทั่วไป 3-4 องศาเซียลเซียส >อุณหภูมิอ้างอิงจากการทดลอง >ภาพ: อุณหภูมิอ้างอิงจากการทดลองติดตั้งแผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนกันสาด รุ่น UV-shield (ซ้าย) และรุ่น Heatshield (ขวา) โดยวัดอุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่เวลา 8:00-17:00 น. เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ระยะติดตั้งแผ่นโปร่งแสงสูงจากพื้น 2.25 เมตร วัดอุณหภูมิใต้แผ่นโปร่งแสงสูงจากพื้น 1.70 ม. >. >๐ ทนต่อสภาพอากาศ >การเคลือบผิวด้วยวัสดุที่มีความคงทนสะท้อนรังสี UV และใส่สารป้องกันความร้อนเข้าไปในตัวผลิตภัณฑ์ จึงสามารถทนทานได้ทุกสภาพอากาศ เสื่อมสภาพช้ากว่าวัสดุทึบแสงอื่นๆ ที่อาจกรอบ พุพัง และแตกได้ง่าย >๐ อายุการใช้งานยาวนาน >จากการใช้โพลีเอสเตอร์เรซินชนิดพิเศษ (Polyester Resin) และไฟเบอร์กลาสคุณภาพสูง ทำให้มีความยืดหยุ่น ไม่เปราะหรือแตกหักง่าย จึงใช้งานได้ยาวนานกว่าแผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสทั่วไป >แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี รุ่นฮีทชิลด์ >ภาพ: แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี รุ่นฮีทชิลด์ มีนวัตกรรมป้องกันความร้อน ติดฟิล์ม 2 ชั้น และเป็นไฟเบอร์กลาสคุณภาพสูง จึงทำให้มีคุณสมบัติโดดเด่นแตกต่างจากแผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาสทั่วไป >. >## 3) แผ่นโปร่งแสงไฟเบอร์กลาส เอสซีจี มีรุ่นอะไรบ้าง? >มีให้เลือกหลากหลายทั้งรูปลอน สีสัน คุณสมบัติพิเศษ >๐ แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนกันสาด >มีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่นยูวีชิลด์(ป้องกันรังสี UV) มีทั้งหมด 9 สี ได้แก่ ไอซ์ซี่, เขียวอันดามัน, ส้ม, ขาวขุ่น, ฟ้าน้ำทะเล, ฟ้าหมอก, น้ำเงิน, ชา, เทาหมอก และรุ่นฮีทชิลด์(ป้องกันรังสี UV และความร้อน) ทั้งหมด 8 สี ได้แก่ ขาวขุ่น, ส้มพาสเทล, ชา, ฟ้าน้ำทะเล, ฟ้าหมอก, เขียวอันดามัน, เทาหมอก, น้ำเงิน >ลอนกันสาด >ภาพ: แผ่นโปร่งแสงไฟ เอสซีจี ลอนกันสาด >. >๐ แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนมาตรฐาน >มีให้เลือกตามรูปลอน คือ ลอนลูกฟูกลอนเล็ก, ลอนลูกฟูกลอนใหญ่, ลอนคู่, พรีม่า, เคิฟลอน, บานเกล็ด, แผ่นเรียบ และโปรลอน มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ ใส, ขาวมุก และน้ำเงิน >ลอนมาตรฐาน >ภาพ: แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนมาตรฐาน >. >๐ แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี นิวไลท์ >เป็นแผ่นโปร่งแสงแบบเรียบ มีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่นยูวีชิลด์(ป้องกันรังสี UV) มีทั้งหมด 5 สี ได้แก่ ขาวงาช้าง, สน้ำตาลไม้, ฟ้าคราม, เทาแพลตตินั่ม, เขียว และรุ่นฮีทชิลด์(ป้องกันรังสี UV และความร้อน) มีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ ขาวเข้ม, น้ำตาลเข้ม, ฟ้าเข้ม, เทาเข้ม >นิวไลท์ >ภาพ: แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี นิวไลท์ >. >๐ แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนเมทัลชีท >มีให้เลือก 3 รุ่น คือ (1)รุ่น Standard 10, 12 (2)รุ่น Super plus 18 (3)รุ่น Premium 25, 30 >ลอนเมทัลชีท >ภาพ: แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนเมทัลชีท >. >๐ แผ่นตกแต่งโปร่งแสง เอสซีจี รุ่น เดคคอร์ไลท์ >ถูกออกแบบเพื่อใช้ในการทำฟาซาด (Facade) มีให้เลือก 2 Series คือ FLOW และ BOLD มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ เดซี่ไวท์ และ มิ้นท์กรีน >แผ่นตกแต่งโปร่งแสง เอสซีจี รุ่น เดคคอร์ไลท์ >ภาพ: แผ่นตกแต่งโปร่งแสง เอสซีจี รุ่น เดคคอร์ไลท์ >. >## 4) สีที่แตกต่างกันจะมีปริมาณแสงที่ผ่านลงมาได้เท่ากันหรือไม่? >แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี มีให้เลือกหลากหลายสี ซึ่งแต่ละสีให้ปริมาณแสงที่ผ่านลงมาได้ไม่เท่ากัน แนะนำให้ศึกษารายละเอียดก่อน ยกตัวอย่างเช่น แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนกันสาด รุ่นยูวีชิลด์ มีให้เลือก 9 สี แต่ละสีให้ปริมาณแสงผ่านลงมาได้ ดังนี้ >๐ ไอซ์ซี่ มีปริมาณแสงผ่าน 93% >๐ เขียวอันดามัน มีปริมาณแสงผ่าน 68% >๐ ส้ม มีปริมาณแสงผ่าน 58% >๐ ขาวขุ่น มีปริมาณแสงผ่าน 56% >๐ ฟ้าน้ำทะเล มีปริมาณแสงผ่าน 54% >๐ ฟ้าหมอก มีปริมาณแสงผ่าน55% >๐ น้ำเงิน มีปริมาณแสงผ่าน 31% >๐ ชา มีปริมาณแสงผ่าน 26% >๐ สีเทาหมอก มีปริมาณแสงผ่าน16% >ปริมาณแสงที่ผ่านลงมาลอนกันสาด รุ่นยูวีชิลด์ >ภาพ: ปริมาณแสงที่ผ่านลงมาได้ของแผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนกันสาด รุ่นยูวีชิลด์ >. >## 5) แสงที่ส่องผ่านลงมาได้จะทำให้ร้อนมากมั้ย? >โดยทั่วไปความร้อนที่ผ่านลงมาขึ้นอยู่กับเฉดสีที่เลือกใช้ ทั้งนี้ หากเลือกรุ่นฮีทชิลด์ที่มีนวัตกรรมป้องกันความร้อน จะสามารถป้องกันความร้อนได้ดีกว่าวัสดุทั่วไป 3-4 องศาเซลเซียส และแต่ละสีป้องกันความร้อนได้ไม่เท่ากัน แนะนำให้ศึกษารายละเอียดก่อน ยกตัวอย่างเช่น แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนกันสาด รุ่นฮีทชิลด์ ดังนี้ >๐ ขาวพาสเทล มีปริมาณแสงผ่าน 36% ป้องกันความร้อน 78% >๐ ส้มพาสเทล มีปริมาณแสงผ่าน 37% ป้องกันความร้อน 73% >๐ น้ำตาลพาสเทล มีปริมาณแสงผ่าน 6% ป้องกันความร้อน 84% >๐ โอเชี่ยนพาสเทล มีปริมาณแสงผ่าน 29% ป้องกันความร้อน 70% >๐ ฟ้าฟาสเทล มีปริมาณแสงผ่าน 32% ป้องกันความร้อน 74% >๐ กรีนพาสเทล มีปริมาณแสงผ่าน 43% ป้องกันความร้อน 74% >๐ เทาพาสเทล มีปริมาณแสงผ่าน 6% ป้องกันความร้อน 87% >๐ สีน้ำเงินพาสเทล มีปริมาณแสงผ่าน 7% ป้องกันความร้อน 85% >การป้องกันความร้อนและปริมาณแสงผ่านลงมา >ภาพ: การป้องกันความร้อนและปริมาณแสงผ่านลงมาได้ของแผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนกันสาด รุ่นฮีทชิลด์ >. >## 6) อายุการใช้งานนานแค่ไหน หมดอายุแล้วจะมีลักษณะอย่างไร? >แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี มีคุณสมบัติทนทานด้วยวัสดุโพลีเอสเตอร์เรซินพิเศษ และไฟเบอร์กลาสคุณภาพสูง พร้อมเคลือบฟิล์มป้องกันรังสี UV จึงมีอายุการใช้งานยาวนานไม่น้อยกว่า 10 ปี อย่างไรก็ดี หากเป็นลอนเมทัลชีทมีรับประกัน ดังนี้ >๐ แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนเมทัลชีท รุ่น Standard 10 รับประกัน 10 ปี และ รุ่น Standard 12 รับประกัน 12 ปี >๐ แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนเมทัลชีท รุ่น Super plus 18 รับประกัน 18 ปี >๐ แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนเมทัลชีท รุ่น Premium 25 รับประกัน 25 ปี และ รุ่น Premium 30 รับประกัน 30 ปี >หากเริ่มเสื่อมสภาพและหมดอายุการใช้งาน ให้สังเกตว่าพื้นผิวแผ่นที่เคยเงาอาจกลายเริ่มขุ่นด้านหรือหม่นลง เนื่องจากการเสื่อมของวัสดุหรือฟิล์มป้องกัน UV ตามขอบหรือรูยึดอาจเริ่มเห็นรอยแตกเล็กๆ ขยายขึ้นเมื่อโดนแดดหรือฝน แผ่นเริ่มโก่งหรือบิดงอไปจนถึงแตกเปราะง่าย >. >## 7) หากสีเปลี่ยนหรือหม่นลง สามารถทาสีทับได้มั้ย? >ก่อนอื่นต้องมั่นใจว่าแผ่นโปร่งแสงยังไม่หมดอายุการใช้งาน กล่าวคือหากโก่งหรือบิดงอไปจนถึงแตกเปราะง่ายแล้ว แนะนำให้รื้อทิ้งทำใหม่ แต่หากพึ่งเริ่มเสื่อมสภาพสีขุ่นหรือหม่นลง สามารถทาสีทับได้ แต่จากหลังคาโปร่งแสงก็จะกลายเป็นหลังคาหลังคาทึบแสงทันที ให้ใช้สีที่ยึดเกาะกับพลาสติกหรือไฟเบอร์กลาสโดยเฉพาะ เช่น สีอะคริลิค (Acrylic) หรืออาจลองวิธีอื่นหากยังต้องการความโปร่งแสงเหมือนเดิม >๐ ล้างทำความสะอาดคราบฝุ่นตะไคร่อาจทำให้จากเดิมที่ดูหม่นกลับมาใสขึ้น >๐ เปลี่ยนแผ่นใหม่บางส่วน เฉพาะส่วนที่เสื่อมสภาพ เพื่อให้แสงส่องได้ดีเหมือนเดิม >๐ เคลือบฟิล์มกัน UV เป็นฟิล์มสำหรับติดแผ่นโปร่งแสง วัสดุเป็น PET / PVC / Polyolefin ชนิดพิเศษ อาจติดด้านในหรือด้านนอกขึ้นกับสภาพแวดล้อม มีอายุการใช้งาน 5–15 ปี (แล้วแต่คุณภาพฟิล์มและสภาพอากาศ) >. >## 8) ใช้งานอย่างอื่นนอกเหนือจากการต่อเติมหลังคาหรือกันสาดได้หรือไม่? >แผ่นโปร่งแสงไม่ได้ใช้เป็นเป็นงานหลังคาที่ให้แสงส่องผ่านถึงเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาใช้เป็นวัสดุตกแต่งที่ช่วยเติมมิติให้กับพื้นที่ได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะใช้ในงานตกแต่งภายในหรือภายนอก ก็สามารถสร้างบรรยากาศที่ดูโปร่ง สบายตา และทันสมัย หรือจะตกแต่งฟาซาด (Facade) ก็มีรูปลอนหลากหลายให้เลือก ซึ่งแต่ละแบบให้ความรู้สึกและสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป ที่สำคัญคือ แผ่นโปร่งแสงยังสามารถ “เล่นกับแสง” ได้อย่างมีเสน่ห์ เมื่อแสงไฟลอดผ่านจะเกิดเงาและแสงสะท้อนที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับพื้นที่ได้อย่างลงตัว >ตกแต่ง Facade อาคาร >ภาพ: ตกแต่ง Facade อาคาร เพิ่มความโปร่งและดีไซน์ให้กับอาคาร >ใช้เป็นผนังและฝ้าเพดาน >ภาพ: ใช้เป็นผนังและฝ้าเพดาน เพิ่มความสว่างและยังสวยแปลกตา >ใช้กับเปลือกอาคารทั้งหลัง >ภาพ: ใช้กับเปลือกอาคารทั้งหลัง เมื่อแสงไฟลอดผ่านจะเกิดเงาและแสงสะท้อนที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับพื้นที่ >ประตู-หน้าต่าง >ภาพ: ประตู-หน้าต่าง >. >สนใจ แผ่นโปร่งแสง เอสซีจี คลิก\{.button .newtab} {.centered} >. >อ่านเพิ่มเติม: ต่อเติมหลังคาใสหลากสี กับแผ่นโปร่งแสง เอสซีจี ลอนกันสาด\{.newtab} >อ่านเพิ่มเติม: บ้านพร้อมบ่อปลาคาร์ปในฝัน | EASY KOI CENTER\{.newtab}
ตอบข้อสงสัยและที่มาที่ไปให้เจ้าของบ้านหายข้องใจว่า เวลาให้ช่างมาล้างแอร์บ้าน ควรถอดพัดลมโพรงกระรอกออกมาล้างหรือไม่? เมื่อพูดถึงการล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า “ล้างแอร์” บางทีเจ้าของบ้านก็อยากทำเองตามวิธีในคลิปที่หาได้ทั่วไป ซึ่งมักเป็นการทำความสะอาดส่วนภายนอกง่ายๆ เท่านั้น แต่ถ้าเป็นส่วนประกอบด้านใน เจ้าของบ้านส่วนใหญ่จะไม่มีอุปกรณ์และไม่ชำนาญพอ จึงต้องใช้บริการช่างล้างแอร์เป็นระยะซึ่งเราย่อมคาดหวังความสะอาดเชิงลึกถึงส่วนประกอบด้านใน และหนึ่งในจุดสำคัญที่เรามักพูดถึงกันคือ “พัดลมโพรงกระรอก” > พัดลมโพรงกระรอกในแอร์ คืออะไร > แอร์ที่เราใช้กัน จะมี“คอยล์เย็น” เป็นตัวทำความเย็น โดยมี “พัดลมโพรงกระรอก” ทำหน้าที่เป่าความเย็นนั้นออกมาจากเครื่องแอร์ เพื่อทำให้ห้องของเราเย็น ซึ่งพัดลมโพรงกระรอกเองก็เหมือนส่วนประกอบอื่นๆ คือ เมื่อใช้งานไปสักระยะก็จะเป็นแหล่งสะสมฝุ่นและเชื้อโรค หรือมองภาพเปรียบเทียบง่ายๆ ลองหันไปดูพัดลมธรรมดาที่เราใช้กัน ถ้าไม่เคยถอดชิ้นส่วนมาล้าง จะเห็นฝุ่นเกาะทั้งตัวตะแกรงและใบพัด พัดลมโพรงกระรอกของในแอร์ของเราก็คงไม่ต่างกัน > ล้างแอร์บ้าน Q Chang ช่างล้างแอร์ scg พัดลมโพรงกระรอก ล้างแอร์ คิวช่าง ภาพ: พัดลมโพรงกระรอกที่ถอดออกมาจากแอร์ > ล้างแอร์บ้าน Q Chang ช่างล้างแอร์ scg พัดลมโพรงกระรอก ล้างแอร์ คิวช่าง ภาพ: ฝุ่นจากพัดลมโพรงกระรอกในแอร์ที่ไม่ได้ล้างมานาน > บริการล้างแอร์แบบพรีเมียม โดย ทีมช่างจากแพลตฟอร์มคิวช่าง คลิก\{.button .newtab} {.centered} > บริการล้างแอร์ติดผนัง โดยช่างจากแพลตฟอร์มคิวช่าง คลิก\{.button .newtab} {.centered} > เวลาให้ช่างล้างแอร์บ้าน ควรถอดพัดลมโพรงกระรอกออกมาล้างด้วยหรือไม่ > โดยหลักการแล้วพัดลมโพรงกระรอกเป็นชิ้นส่วนที่ควรถอดออกมาล้างต่างหาก แต่เราพบว่าบางครั้งช่างล้างแอร์ก็ไม่ได้ถอดพัดลมโพรงกระรอกออกมา แต่ใช้การฉีดน้ำเข้าไปที่พัดลมเพื่อล้างเอาคราบฝุ่นต่างๆ ออกแทน วิธีนี้จะสะอาดได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่เท่าการถอดออกมาล้าง นอกจากนี้น้ำที่ฉีดเข้าไปล้างฝุ่น บางส่วนจะกระเด็นไปเกาะเป็นคราบภายในส่วนประกอบของแอร์บริเวณเหนือพัดลมโพรงกระรอกด้วย > ล้างแอร์บ้าน Q Chang ช่างล้างแอร์ scg พัดลมโพรงกระรอก ล้างแอร์ คิวช่าง ภาพ: การถอดพัดลมโพรงกระรอกนำออกมาล้างต่างหาก > แล้วทำไมบางครั้ง ช่างล้างแอร์บ้านจึงไม่ถอดพัดลมโพรงกระรอกออกมาล้าง > การถอดพัดลมโพรงกระรอกออกมาล้าง หากช่างล้างแอร์ช่างไม่ชำนาญพออาจนำมาประกอบคืนได้ไม่ถูกวิธี ผลคือเวลาใช้งาน ตัวพัดลมโพรงกระรอกจะเกิดเสียงดัง กึกๆ ช่างบางคนจึงตัดปัญหาโดยการเลี่ยงไม่ถอดพัดลมโพรงกระรอกออกมาล้างต่างหาก > ล้างแอร์บ้าน Q Chang ช่างล้างแอร์ scg พัดลมโพรงกระรอก ล้างแอร์ คิวช่าง ภาพ: การประกอบพัดลมโพรงกระรอกกลับเข้าในเครื่องแอร์หลังจากทำความสะอาด ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญของช่างล้างแอร์ > และบางครั้งก็เป็นที่ตัวเครื่องแอร์เองซึ่งช่างผู้ชำนาญพิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะจะถอดพัดลมโพรงกระรอกออกมาล้าง เช่น เป็นรุ่นที่ออกแบบมาให้ถอดได้ยาก (ต้องยกลงมาหรือใช้วิธีตัดล้าง) บางเครื่องเป็นแอร์รุ่นเก่า ใช้งานมานานจนแกนมอเตอร์ขึ้นสนิม ไม่สามารถดึงพัดลมออกจากแกนได้ หรือชิ้นส่วน ผุ กรอบ จนอาจแตกหักเสียหายขณะถอด บางเครื่องพบปัญหาตัวถ่วงบาลานซ์ไม่อยู่ในตำแหน่งเดิมซึ่งอาจเสี่ยงต่อการสั่นได้ > บริการล้างแอร์แบบพรีเมียม โดย ทีมช่างจากแพลตฟอร์มคิวช่าง คลิก\{.button .newtab} {.centered} > บริการล้างแอร์ติดผนัง โดยช่างจากแพลตฟอร์มคิวช่าง คลิก\{.button .newtab} {.centered} > โดยสรุปแล้ว การล้างแอร์แต่ละครั้งควรถอดพัดลมโพรงกระรอกออกมาล้างต่างหาก จะสะอาดกว่าการฉีดน้ำล้างเข้าไปล้างตัวเครื่อง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรุ่นแอร์และอายุการใช้งาน ซึ่งทางที่ดีควรพึ่งช่างล้างแอร์บ้านที่มีความชำนาญในการประเมินความเหมาะสม รวมถึงการถอดออกมาล้างและประกอบกลับเข้าที่ได้อย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาการใช้งานแอร์ในระยะยาวของสมาชิกในบ้าน > หลากหลายบริการล้างแอร์ ล้างเครื่องซักผ้า คลิก\{.button .newtab} {.centered} > อ่านเพิ่มเติม: บริการล้างแอร์บ้านแบบมืออาชีพ ฉบับจัดเต็ม...เขาทำกันอย่างไร ? > เลือกซื้อแอร์ติดผนังราคาถูกพร้อมส่วนลดโปรโมชั่น: คลิก